
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน จะมักได้ยินข่าวจากภาครัฐเกือบทุกปีว่า ปัจจุบันความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด หรือ “พีค” ของประเทศไทยสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และตามมาด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนช่วยลดการใช้พลังงานตามมา แล้วพลังไฟฟ้าสูงสุดคืออะไร มีความแตกต่างกับพลังงานไฟฟ้าอย่างไร
พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและดำรงชีวิตโดยทั่วไป อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จะทำงานได้ล้วนแต่ต้องการพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นความต้องการพลังงานไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ความต้องการพลังไฟฟ้าคือผลรวมของการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา หากมีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมกันมากๆ ก็จะมีความต้องการพลังไฟฟ้าสูง โดยความต้องการพลังไฟฟ้าจะสะท้อนต่อพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเราที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ออกไปทำงาน การผลิตสินค้าและบริการ การประชุม พบปะนัดหมาย หรือสังสรรค์ จนถึงเข้านอน ความต้องการพลังงานและพลังไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกเวลาไม่ว่าเราจะตื่นหรือหลับไม่มีวันหยุด แต่แตกต่างกันที่มีความต้องการมากหรือน้อยในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งในแต่ละปีหากช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นพร้อมกันมากที่สุดจะเรียกช่วงนั้นว่ามีความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด หรือ “พีค” นั่นเอง
สำหรับประเทศไทยแล้วมีการรายงานข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าภายใต้ระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง จะเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากมิเตอร์ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ซึ่งสะท้อนความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในระดับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง โดยความต้องการพลังงานไฟฟ้าในระดับผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศของไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากในปี 2547 ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้ารวมทั้งประเทศอยู่ที่ 115,101 ล้านหน่วย เป็น 214,469 ล้านหน่วย ในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 86.3 หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 ต่อปี

อย่างไรก็ดี สำหรับการรายงานความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระดับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมิเตอร์วัดไฟฟ้าในระดับผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเป็นมิเตอร์แบบจานหมุนที่ไม่สามารถวัดการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาได้ ปัจจุบันจึงจะมีการรายงานความต้องการพลังงานไฟฟ้าและความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดจากข้อมูลในระบบของ 3 การไฟฟ้าใช้ควบคู่กัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีความแตกต่างจากข้อมูลในระดับผู้ใช้ไฟฟ้าเนื่องจากต้องวัดรวมกำลังผลิตไฟฟ้าสูญเสียที่เกิดขึ้นในระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดส่งไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปยังมิเตอร์ของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกราย
ทั้งนี้ ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดหรือ “พีค” ของระบบ 3 การไฟฟ้านั้น จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากภาระเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นจากผลของอุณหภูมิ ทั้งนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของไทยในระบบ 3 การไฟฟ้านั้น เพิ่มขึ้นจาก 30,303 เมกะวัตต์ ในปี 2560 เป็น 36,792 เมกะวัตต์ ในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีสิ่งที่น่าสนใจคือตั้งแต่อดีตจนถึงปี 2565 นั้น ประเทศไทยจะมีความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้าเกิดขึ้นในช่วง 13.30-14.30 น. ของทุกปี ซึ่งสะท้อนต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและอุณหภูมิที่อยู่ในระดับสูงของวัน อย่างไรก็ดีตั้งแต่ปี 2566-2567 ที่ผ่านมา พบว่าการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของไทยเกิดขึ้นในช่วง 21.30-22.30 น. สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตที่ผ่านมา รวมถึงการใช้ไฟฟ้าในระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้าที่ลดลงของผู้ใช้ไฟฟ้าจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับในปี 2568 นั้น ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปี 2567 ที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยในเดือนมีนาคม 2568 ประเทศไทยมีความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด อยู่ที่ 33,658 เมกะวัตต์ สูงกว่าในเดือนมีนาคม 2567 ที่มีค่าเท่ากับ 32,704 เมกะวัตต์ หรือสูงขึ้นร้อยละ 2.9 เทียบกับปี 2567 หากแนวโน้มอุณหภูมิของไทยสูงสุดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้ก็อาจมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้เช่นเดียวกัน

ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้าของไทย ตั้งแต่ปี 2561-2568 ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เกิดขึ้นรวมถึงลักษณะพฤติกรรมการเกิดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดนั้น เป็นข้อมูลสำคัญที่การไฟฟ้าซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในการดูแลรักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้าจะต้องเตรียมพร้อมการผลิตไฟฟ้าให้มีความสามารถที่เพียงพอรองรับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ สำหรับในระยะยาวนั้น ภาครัฐก็มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อวางแผนการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าเช่นเดียวกัน ซึ่งภายใต้ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างมาก การผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะระบบผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในระดับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ส่งผลให้ประเทศไทยเปลี่ยนช่วงเวลาความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดจากช่วงกลางวันมาเป็นช่วงกลางคืน การใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของยานยนต์ไฟฟ้าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาของไทย
รวมถึงรูปแบบการเข้ามาของความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ๆ ที่ภาครัฐจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พัฒนาระบบไฟฟ้าของไทยมีความมั่นคงและมีความสามารถรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

