‘SMEs ไทยรุกตลาดใหม่’

นางชไมพร เจือเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ “Thai Trade Exhibition Oman 2017” ณ มัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ระหว่างวันที่ 8-15 พฤษภาคม พร้อมนำ SME ไทย 34 ราย สร้างยอดขายและเจรจาธุรกิจได้ 353 ล้านบาท

“สสว.” เปิดตลาดโอมานนำสินค้าไทยโกอินเตอร์ จับมือ SME ไทย 34 ราย ร่วมงาน “Thai Trade Exhibition Oman 2017” ปลื้มกระแสตอบรับดี สร้างยอดขายและเจรจาธุรกิจได้ 353 ล้านบาท

นางชไมพร เจือเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต(SME Strong/Regular Level) จำนวน 34 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน “Thai Trade Exhibition Oman 2017” ระหว่างวันที่ 8-15 พฤษภาคม ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งมี ฯพณฯ โมฮัมเหม็ด บิน ยูเซฟ อัล ซาราฟิ ปลัดกระทรวงต่างประเทศของโอมาน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน และมีผู้เข้าชมงานกว่า 22,000 คน ตลอดช่วง 5 วันที่ผ่านมา

สสว.ได้นำผู้ประกอบการร่วมงานจำนวน 34 บูธ สามารถสร้างยอดขายและเจรจาธุรกิจทั้งสิ้น 353 ล้านบาท ทำให้ตลอดทั้งงานมีเงินสะพัดมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีภาคเอกชนไทยร่วมงานทั้งสิ้น 100 บริษัท เทียบกับปีก่อนที่มี 85 บริษัท สามารถสร้างรายได้ประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ(1,050 ล้านบาท) และมีจำนวนผู้เข้าชมงาน 20,000 คน

“สสว.นำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน Thai Trade Exhibition Oman 2017 ณ กรุงมัสกัต นับเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้กระแสดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงเชื่อว่ามูลค่าที่เกิดจากการเจรจาซื้อขายในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยและโอมานเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในปี 2565 ตามนโยบายรัฐบาล โดยในปี 2559 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับโอมานอยู่ที่ 671.11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 23,000 ล้านบาท” นางชไมพรกล่าว

สำหรับงานในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Health and Wellness” ชูจุดเด่นสินค้าและบริการของไทย 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ หัตถกรรมและของใช้ภายในบ้าน รวมถึงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สปา ส่วนสินค้าของ SMEs ไทย ที่ได้ความนิยมจากผู้บริโภคชาวโอมาน ได้แก่ กลุ่มเครื่องสำอาง หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก สำหรับของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารประเภทขนมเค้กสอดไส้ต่างๆ สินค้าตกแต่งประเภทไม้แกะสลัก ตลอดจนไม้หอมประเภทไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณา

นางชไมพรกล่าวต่อว่า จุดเด่นทางเศรษฐกิจของโอมานอีกประการหนึ่ง คือ ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรี หรือ FTA(Free Trade Area) โอมานกับสหรัฐได้ โดยความตกลงนี้จะทำให้ประเทศอื่นๆ สามารถใช้โอมานเป็นตัวเชื่อม(springboard) ในการดำเนินธุรกิจไปยังสหรัฐ ซึ่งถือเป็นโอกาสของนักลงทุนหรือผู้ประกอบการ SMEs ที่จะเข้าไปร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการธุรกิจโอมานเพื่อผลิตสินค้าหรือแปรรูปสินค้าเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ

นอกจากนี้ โอมานยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือ และสนามบินแห่งใหม่ เมื่อโครงการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์จะผลักดันให้โอมานกลายเป็นประตูการค้าให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าสู่ตลาดประเทศอื่นในกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC และประเทศใกล้เคียงได้อีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้เด็ก ม.5 ไทย สุดยอด ใช้ตัวอ่อนแมลงปีกแข็งย่อยสลายโฟม คว้า รางวัล โครงงานวิทย์-วิศวกรรมโลก
บทความถัดไปรัฐมนตรีอาร์เซป นัดถกเปิดเสรีสินค้า0% ก่อนให้ผู้นำอาเซียนเห็นชอบพ.ย.นี้