สังคมผู้สูงอายุกับอนาคตประเทศไทย

หากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีก 7-8 ปีข้างหน้า (นับตั้งแต่ปี 2560) ตามที่องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้ระบุไว้ว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ หรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ14 ของประชากรทั้งประเทศ ถือได้ว่า ประเทศนั้นได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (จากข้อมูลประชากรของประเทศไทยปี 2556 ประชากรไทยมีจำนวน 64.6 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุมากถึง 9.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศ)

เมื่อผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ใครหลายคนอาจมองว่านี่ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญ ที่เราทุกคนต้องช่วยกันหาทางออก แต่หากเราก้าวถอยออกจากสิ่งที่เราคิดว่าเป็นปัญหาอยู่นี้ แล้วพลิกมุมกลับเพื่อมองกลับเข้าไปใหม่ เราจะพบเจอหนทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ที่สดใสแข็งแรง และมีอนาคต

แน่นอนว่า กิจกรรมอันดับหนึ่งของผู้สูงอายุที่อยู่ในวัยเกษียณ คือการได้ออกเดินทางท่องเที่ยว เมื่อท่านผู้สูงอายุได้รวมตัวกันจัดทริปเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของเพื่อนสมัยเรียน ม.ต้น ม.ปลาย มหาวิทยาลัย ฯลฯ พวกเขาต่างเป็นนักท่องเที่ยววัยเกษียณที่มีกำลังซื้อกำลังจ่ายมากที่สุด (ว่ากันว่าการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวสูงกว่า Gen X และ Millennial ถึง 1.5 และ 3 เท่า ตามลำดับ) เป็นตลาดกลุ่มใหญ่ของธุรกิจท่องเที่ยวที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

ไม่อาจมองข้ามได้อย่างไร 1.นักท่องเที่ยววัยเกษียณให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสันทนาการ ได้สัมผัสวิถีธรรมชาติของคนท้องถิ่นอย่างไม่เร่งรีบ ทำให้การจ่ายเพื่อเที่ยว กิน ดื่ม พัก ช้อป กระจายรายได้สู่พ่อค้าแม่ขายตามท้องถิ่นต่างๆ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเรื่องราคาตั๋วเครื่องบินหรือโปรโมชั่นที่พัก ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลย 2. นักท่องเที่ยววัยเกษียณ นิยมเที่ยวนอกฤดูกาล เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด แย่งกันกินแย่งกันใช้ เมื่อจัดทริปเดินทางท่องเที่ยวเมื่อไร มักให้เวลากับการเดินทางท่องเที่ยว และที่สำคัญคือต้องไม่สมบุกสมบัน แต่เดินทางสะดวกสบาย ที่พักสะอาดปลอดภัย ทำให้การมีรายได้จากการบริการเรื่องการเดินทาง ที่พัก อาหาร และความปลอดภัย สูงขึ้นตามไปด้วย

หากมองภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวไทย นอกจากฐานลูกค้ารายใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณชาวไทยแล้ว ประเทศไทยเรายังเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยววัยเกษียณชาวต่างชาติอีกด้วย โดยวัดจากจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยววัยเกษียณชาวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับ 1 กลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี หรือสิงคโปร์ ยังเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวไทย

นอกจากนี้ การขยายระยะเวลาการพำนักอยู่ในประเทศไทยยาวนานถึง 10 ปี แก่กลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วดังที่ได้กล่าวมา ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ รวมถึงธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจด้านสุขภาพแบบครบวงจร ทั้งการรักษาพยาบาล อาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลเอาใจใส่เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ สามารถเติบโตมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังมีแนวโน้มขยายตัวมากถึงปีละ 20% เลยทีเดียว

ยิ่งในอนาคต การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้มีนวัตกรรมการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุแบบล้ำหน้ามากขึ้น เช่น มีหุ่นยนต์พยาบาลที่สามารถดูแลผู้สูงอายุแทนที่คนได้ อีกทั้งยังสามารถพูดคุยกับคุณหมอเพื่อตรวจเช็คอาการ ผ่านทางจอภาพบนตัวหุ่นยนต์พยาบาล ฯลฯ ยิ่งทำให้การมีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่มีความทันสมัย มีความสะดวก และมีความปลอดภัย ยิ่งทำให้การท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ห่างไกล ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญต่อการเดินทาง

หากการเดินทางท่องเที่ยวคือยารักษาโรค คือยาชูกำลังทั้งกายและใจ คือหมุดหมายในช่วงบั้นปลายชีวิต ของนักท่องเที่ยววัยเกษียณ แน่นอนว่า อนาคตของประเทศไทย เราสามารถฝากไว้ได้กับกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้ ที่นับวันๆ จะก่อตัวเป็นสังคมขนาดใหญ่ แถมยังมีชีวิตที่ยืนยาวนานขึ้น เพราะได้ดำเนินชีวิตแบบไกลโรคมากขึ้น ขอเพียงธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมตัวกับสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดี มีคุณค่า มีประโยชน์ หรือสามารถค้นหาความต้องการของตลาดกลุ่มนี้ ที่อาจจะยังไม่มี หรือมี แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองแบบถึงอกถึงใจ ก็ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

การเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญยิ่ง และหนึ่งในการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ คืองานอินเตอร์แคร์ เอเชีย 2017 จัด โดย บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ระหว่างวันที่ 6 – 8 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา นั้น ได้รวบรวมผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุจากทั้งในและต่างประเทศมาจัดแสดงให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาเยี่ยมชม และเลือกซื้อ สำหรับผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.intercare -asia.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พล.อ.สายหยุด’ร้อง’บิ๊กตู่’ ทวงที่ดินหอการค้าไทย คืนสมาคมหอการค้ากรุงเทพฯ
บทความถัดไป‘ยางหล่อวิทยาคาร’ โรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ 7 จัดโครงการอบรมปฏิบัติธรรม