ตายายสะสมทั้งชีวิต ช่วยวัดขายดอกไม้ เจอแก๊งค์ตกทองหนเดียวเรียบ

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่า ที่วัดบางน้ำวน ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีหญิงสูงวัยที่มาช่วยทางวัดขายดอกไม้ธูปเทียนทอง หน้าวิหารหลวงปู่รอด ถูกแก็งค์ตบทรัพย์หลอกเอาทองคำน้ำหนัก 6 บาทสูญหายไป จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ก็ได้พบกับคุณตาสวง กมประสาน อายุ 79 ปี และ คุณยายดอกไม้ กมประสาน อายุ 76ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 หมู่ที่ 4 ตำบลบางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สองสามีภรรยาที่เป็นเหยื่อของแก็งค์ตบทรัพย์ นั่งอยู่ตรงโต๊ะที่เปลี่ยนดอกไม้ธูปเทียนทอง ของวัดบางน้ำวน โดยเมื่อทางผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองตายายก็มีสีหน้าที่ทุกข์ใจแสดงออกมาให้เห็น

คุณยายดอกไม้ฯ เล่าว่า ตนเองและสามีนั้นไม่ได้มีอาชีพอะไร เนื่องจากอายุมากแล้ว จึงได้มาช่วยทางวัดขายดอกไม้ธูปเทียนทอง และทำความสะอาดรอบวิหารหลวงปู่รอด อดีตพระเกจิชื่อดังของจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยคุณยายจะได้ค่าจ้างจากทางวัดบ้างวันละเล็กๆน้อยๆ ส่วนคุณตาแม้จะไม่ได้รับค่าจ้างแต่ก็จะมาช่วยยายทุกวันเป็นความสุขทางใจที่ได้ทำให้วัด ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้น เป็นวันที่ 6 มิถุนายน 2560 เวลาประมาณ 10 โมงเศษๆ ขณะที่คุณยายดอกไม้กำลังนั่งอยู่ที่ประจำ ก็มีรถยนต์เก๋งรุ่นเก่า ขับมาจอดหน้าวิหาร และมีผู้ชายวัยกลางคนขึ้นมา แล้วก็แนะนำตัวด้วยสำเนียงคนมอญว่า จะมาหาซื้อที่ดินแถววัด ทางคุณยายก็เห็นว่ามีเชื้อชาติเดียวกัน ก็เลยบอกว่ามีที่แปลงหนึ่งประกาศขาย อยู่ไม่ไกลจากที่วัดมากนัก ซึ่งคนร้ายก็บอกให้พาไปดูที ด้วยความที่คุณยายดอกไม้เห็นว่ามีเชื้อสายมอญเหมือนกัน จึงวางใจยอมขึ้นรถพาไปดูที่ดินด้านหลังวัด โดยเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถยนต์เก๋ง ก็เห็นว่ามีผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง และเมื่อขับพาไปดูที่ดินแล้ว ขณะที่ทุกคนนั่งอยู่ในรถกำลังจะสตาร์ทเครื่องกลับมาที่วัด ก็มีชายอีกคนหนึ่ง ที่เชื่อได้ว่าอยู่ในขบวนการเดียวกัน ทำทีเดินเข้ามาขายถุงมือ

จากนั้นชายหญิงสองคนที่ยายดอกไม้พามาดูที่ ก็ตกลงซื้อถุงมือ 2 คู่ เป็นเงิน 40 บาท แล้วให้เงินไปเป็นแบ็งค์ร้อย คนขายถุงมือก็หยิบถุงหูหิ้วออกมาทำท่าจะหาเงินทอน โดยในถุงหูหิ้วมีล๊อตเตอรี่อยู่ แล้วคนขายถุงมือก็บอกว่า มีล็อตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 อยู่ 1 คู่ จะยกให้เพราะตนเป็นคนมอญสังขละ ไม่มีบัตรประชาชน ขึ้นเงินไม่ได้ ขอเงิน 200,000 บาทพอ ซึ่งทางผู้หญิงก็เอาล็อตเตอรี่ไปตรวจกับหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ในรถ โดยบอกว่าถูกรางวัลที่ 1 จริงๆด้วย ซึ่งยายก็เห็นว่าเป็นเลขที่ตรงกับรางวัลที่ 1 ในงวดที่ผ่านมาจริงๆ จากนั้นทางผู้ชายที่มาหาซื้อที่ดิน ก็หันมาบอกกับยายว่า เอามั้ยแบ่งกันคนละครึ่ง

ยายดอกไม้จึงบอกกลับไปว่า ไม่เอาหรอกฉันไม่มีเงิน มีแค่สร้อยคอทองคำ 5 บาท แต่ก็เอาไปจำนำไว้ แล้วก็มีสร้อยข้อมืออีกบาทเดียวเท่านั้นแต่อยู่ที่บ้าน ซึ่งคนร้ายที่เป็นผู้ชายก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวไปจะพาไปไถ่ออกมา โดยจะออกเงินจำนวน 33,000 บาท ที่เอาทองไปจำนำไว้ รวมกับค่าดอกเบี้ยอีก 100 กว่าบาทให้ก่อน แล้วคนร้ายชายหญิง ก็หันไปคุยกับคนขายถุงมือก่อนว่าตกลง จากนั้นก็พาคุณยายไปบ้านเพื่อไปเอาตั๋วจำนำและสร้อยข้อมืออีก 1 บาท แล้วก็พาไปที่สถานธนานุบาลในตัวเมืองมหาชัย ไปไถ่สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท ออกมา เมื่อกลับมาถึงปากทางเข้าวัด คนร้ายก็ส่งยายลงพร้อมกับหยิบล็อตเตอรี่พับครึ่งใส่ถุงพลาสติกให้คุณยายดอกไม้ บอกให้ยายเอาไปก่อนแล้วก็กลับเข้าไปบ้านเอง เพราะ ต้องรีบเอาเงินไปให้คนขายถุงมือ ซึ่งขณะนั้นคุณยายดอกไม้ก็ยังรู้สึกมึนๆ งงๆ จึงลงจากรถพร้อมกับถือถุงพลาสติกที่ใส่ล๊อตเตอรี่ที่พับครึ่งปิดบังตัวเลขไว้ โดยไม่ได้ดูก่อน เมื่อมาถึงบ้านก็หยิบออกมาดู จึงเห็นว่าไม่ใช่ใบที่ถูกรางวัลที่ 1 อย่างที่เห็นตอนแรก จึงได้รู้ว่าถูกหลอกเอาทองคำที่เก็บสะสมมาจากน้ำพักน้ำแรงทั้งชีวิตของคุณตาสวงสูญหายไปแล้ว

ด้านตาสวงฯ สามีเล่าว่า ในวันเกิดเหตุนั้นตนเองก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเห็นว่าเป็นคนมาถามหาซื้อที่ดิน แต่พอยายกลับมาเอากุญแจบ้านนั้น ตนเองก็รู้สึกแปลกใจ ซึ่งยายก็ไม่ได้บอกอะไร จากนั้นยายก็หายไปนานเป็นชั่วโมง เมื่อกลับมาถึงบ้านยายถึงจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แล้วก็เอาล๊อตเตอรี่ออกมาตรวจ จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว ซึ่งตนเองนั้นไม่ได้โกรธยาย แต่รู้สึกเสียดายทองที่เก็บสะสมมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่ทำงานได้ ตอนนั้นทองคำมีราคาแค่บาทละ 400 บาทเท่านั้น ก็ค่อยๆทำค่อยๆเก็บจนได้ 5 บาท แต่เมื่อลูกหลานจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการศึกษาเล่าเรียน จึงนำไปจำนำไว้เป็นเงิน 33,000 บาท ซึ่งก็คิดว่าเมื่อมีเงินก็จะไปไถ่คืนออกมา ส่วนสร้อยข้อมือ 1 บาทนั้น เป็นสิ่งที่ลูกสาวซื้อให้ยายในวันแม่ปีที่แล้ว จึงถือเป็นของมีค่าทางใจสำหรับยายมากกว่าค่าทางเงิน โดยก็ไม่คิดว่าจะมาถูกแก็งค์มิจฉาชีพหลอกไปได้
ขณะที่ทางด้านของ ร.ต.อ.อะล่าม ครุฑจู รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางโทรัด ก็บอกว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งความจากสองตายายแล้ว ก็ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทางตำรวจสืบสวนฯ ก็ได้ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งภายในวัดและที่สถานธนานุบาล จนพบผู้ต้องสงสัยแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามสืบสวนหาตัวคนร้ายอยู่ อีกทั้งทางการสอบสวนนั้น ก็จะได้มีการออกหมายเรียกเจ้าของรถที่เห็นตามภาพจากกล้องวงจรปิดมาสอบปากคำด้วย

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ โกลบอลโฟกัส: อนาคต ‘เบร็กซิท’ หลังเลือกตั้ง ‘พลิกล็อค’
บทความถัดไปพ่อแม่อิตาลียื่นขอลี้ภัยในออสเตรีย เหตุทางการบังคับลูกฉีดวัคซีน