หนุ่มพิการนั่งวีลแชร์มา 12 ปีมีความ ‘จงรักภักดี’ ปัจจุบันกลับมาเดิน+ปั่นจักรยานได้

น่าทึ่ง “ลูกหมี” นายสาธิต จันทะรังสี วัย 55 ปี ชายพิการป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นวีลแชร์ไปถวายพระพรและงานปั่นเพื่อพ่อ ปั่นเพื่อแม่ ได้กลับมาเดินและปั่นจักรยานได้อีกครั้ง หลังจากป่วยเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ ขาไม่มีแรง ต้องนั่งรถเข็น วีลแชร์มา 12 ปี ไปรักษาที่ประเทศเบลเยียม เสริมกล้ามเนื้อ ต่อเส้นประสาท เพิ่งหัดลุกยืนได้มา 4 เดือน เดินเท้าแก้บนในหลวง ร.9 ระยะทาง 900 กม.จากหาดใหญ่ไปรพ.ศิริราชมาแล้ว

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก เช้าวันนี้กลุ่มสองแควรันเนอร์ ชมรมของชาวพิษณุโลกที่รวมตัวกันวิ่งเพื่อสุขภาพทุกเช้าวันอาทิตย์ได้มารวมตัวกันที่หน้าสถานีรถไฟพิษณุโลก และได้พบเห็นเรื่องน่าทึ่ง และน่ายินดี “ลูกหมี” นายสาธิต จันทะรังสี ชาวพิษณุโลก วัย 55 ปี ได้มาช่วยถ่ายภาพสมาชิกสองแควรันเนอร์ โดยปราศจากวีลแชร์ที่ชาวพิษณุโลกคุ้นเคย พี่ลูกหมีเดินถ่ายภาพไปมา และการเดินทางจากบ้านพักที่ต.ท่าโพธิ์ มายังสถานีรถไฟพิษณุโลกวันนี้ก็ใช้วิธีปั่นรถจักรยานมา

พี่ลูกหมี หรือนายสาธิต จันทะรังสี ชายพิการป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงชาวพิษณุโลก เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสื่อมวลชนรวมถึงชาวพิษณุโลกและชาวไทยทั่วประเทศ ด้วยเป็นชายพิการหัวใจแกร่ง แม้ร่างกายจะพิการ ต้องใช้รถวีลแชร์ในการออกกำลังกายและเดินทาง แต่พี่ลูกหมีก็ได้แสดงให้เห็นถึงสภาพหัวใจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พฤศจิกายน 2557 พี่ลูกหมีเริ่มเป็นที่รู้จักในจ.พิษณุโลก พี่ลูกหมีเริ่มฝึกฝนตนเองออกกำลังด้วยวีลแชร์ เพื่อเดินทางไปถวายพระพรในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ รพ.ศิริราช กทม. และเริ่มเดินทางในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 มีชาวพิษณุโลกให้กำลังใจจำนวนมาก ต่อมา พี่ลูกหมีได้ร่วมกิจกรรมมาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ และจากนั้นเรื่อยมาตลอดระยะเวลา 3 ปี พี่ลูกหมีเดินทางไปทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ทั้งระยะสั้นและแบบมาราธอน จนเป็นที่รู้จักและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้พิการอีกจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้สังเกตการเดินของพี่ลูกหมี พบว่า การเดินสามารถเดินแบบตัวเปล่า และเดินแบบต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงสองข้าง

“ลูกหมี” บอกว่า ต้องใช้ไม้เท้าคอยช่วยพยุง ไม่อยากให้ล้ม เพราะเกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บอีก เพราะการรักษา มีการตัดกระดูกขาบางส่วนและเชื่อมต่อระบบประสาทใหม่ อีกทั้งกล้ามเนื้อเพิ่งจะฟื้นตัว ยังต้องออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งหลังจากเริ่มลุกยืนและหัดเดินได้เมื่อ 4 เดือนก่อน ก็ได้เริ่มหัดยืน หัดเดิน ออกกำลังกายทุกวัน และได้เดินแก้บนระยะทาง 900 กว่า กม.จาก อ.หาดใหญ่เข้ามายัง กทม. เนื่องจากเคยกล่าวคำอธิษฐานกับในหลวง ร.9 เมื่อไปแข่งมาราธอนที่หาดใหญ่ไว้ว่า ถ้าหากกลับมาเดินได้ จะเดินแก้บนจากหาดใหญ่เข้ามากรุงเทพฯ และเดือนที่ผ่านมา ก็ได้ปั่นรถจักรยานจากพิษณุโลก เพื่อเข้าไปกราบพระบรมศพในหลวง ร.9 มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยปั่นจักรยานจากพิษณุโลกไปถึง จ.อยุธยา แล้วเดินทางต่อโดยการนั่งรถไฟเข้ากรุงเทพฯ และช่วงนี้ก็ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีความตั้งใจว่า เมื่อลูกสาวเรียนจบหมอ จะเดินไปร่วมงานรับปริญญาลูกสาว

สำหรับการกลับมาเดินได้อีกครั้งนั้น พี่ลูกหมีบอกว่า เมื่อ 3 ปีก่อน ตนได้ไปเข้าโครงการหนึ่ง คล้ายโครงการทดลองของประเทศเบลเยียม เป็นโครงการของรัฐ ที่รักษาคนทั่วโลกที่เป็นเกี่ยวกับโรคประสาทและมีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเข้าแทรก ไปรักษามา 3 ครั้งแล้ว ไปต่อเส้นประสาท และฉีดสเตอรอยด์ ยากระตุ้นกล้ามเนื้อ และกลับมาทำกายภาพเอง ออกกำลังกาย เริ่มหัดเดินได้มาประมาณ 4 เดือนแล้ว ส่วนการวิ่งนั้นลำบาก คงวิ่งไม่ได้ เพราะสูญเสียการทรงตัว การรักษานั้นเป็นลักษณะการทดลอง ตนยังไม่สามารถบอกรายละเอียดให้ได้ เพราะผู้ดำเนินการจะมีการจดลิขสิทธิ์ ถ้าสำเร็จทางผู้ดำเนินการที่ประเทศเบลเยียมก็จะจดสิทธิบัตร และเราก็จะเป็นหนึ่งในคนเอเชียที่ทำได้สำเร็จ ซึ่งอดีตนั้นตนตกที่สูง ทำให้เส้นประสาทขาด กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ ต้องนั่งวีลแชร์มา 12 ปี

“รู้สึกดีใจมาก ที่กลับมายืนและเดินได้ การใช้ชีวิตคนละมุมเลย บางคนก็ชื่นชม บางคนก็ทึ่ง หลายคนก็ดีใจด้วย ใกล้วันที่ลูกจะเรียนหมอสำเร็จแล้ว มีความตั้งใจว่าจะไปยืนข้างลูก ในวันที่ลูกรับปริญญา และอยากบอกผู้พิการที่นั่งวีลแชร์ ไม่สามารถเดินได้ อยากให้ทุกคนสู้ชีวิต ขอให้ไม่ท้อ มีความพยายามฝึกฝนตนเองด้วย ไม่ใช่เอาเพียงการรักษาเป็นหลัก ถ้าความพิการไม่รุนแรง ก็อาจจะกลับมาได้เหมือนตน”

สำหรับการดำเนินชีวิตหลังจากนี้ พี่ลูกหมีบอกว่า ดำเนินชีวิตเหมือนปกติ ทำในสิ่งที่เคยทำ ทำสวนบ้าง ตัดหญ้าบ้าง แต่คงทำงานหนักไม่ได้ ลูกๆ ก็ไม่ให้ทำงาน ถ้าจะออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา ทางครอบครัวก็ไม่ได้ว่าอะไร หลังจากนี้ก็รักษาต่อปีละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินผล

นายสาธิต จันทะรังษี อายุ 55 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 85/1 ถ.ศรีธรรมไตรปิฏก อ.เมือง จ.พิษณุโลก แต่ปัจจุบันพักอาศัยอยู่บริเวณ ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก พิการด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล เคยถวายฏีกา เมื่อครั้งเริ่มป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขา ขยับแทบไม่ได้ ในช่วงปี 2550 และได้รับการช่วยเหลือด้านการรักษาที่ รพ.ราชวิถี ที่กรุงเทพฯ แต่โรคชนิดนี้ เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด จึงต้องพึ่งวีลแชร์มาตลอด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เสี่ยไก่ สอนมวย คสช. ทักษิณใช้วิศวกร-สถาปนิกต่างชาติอย่างไร ไม่ละเมิด กม.-ธรรมาภิบาล
บทความถัดไปตู้หนังสือ :ท่านหญิงพูนเห็นแล้วเล่าแล้ว แต่ทำไมคนไทยยังไม่เห็น