ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน บ้าน : ‘มนุษย์ฟุตปาธ’ เฝ้าป้าย-โบกธง

รู้หรือไม่ ฟุตปาธ (foot path) ไม่เพียงแต่เป็นทางเดินเท้า แต่ยังเป็นแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพอีกด้วย

ความจริงยังมีควันหลงจากปฏิบัติการล้างบางแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายของรัฐบาล คสช. คราวนี้เล่นแรงเพราะแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ จากเดิมไม่เกิน 2 หมื่นบาท เพิ่มเป็นหัวละ 4-8 แสนไปจนถึง 1 ล้านบาท แถมมีโทษจำคุกอีกต่างหาก

วงการอสังหาริมทรัพย์เจอเต็มๆ (หมายถึงเจอผลกระทบเต็มๆ) ตอนนี้ร้องโอดโอยกันใหญ่เลย ทางที่ดีใครมีเพื่อนเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ถ้าไม่อยากฟังเสียงบ่นก็อย่าไปถามเรื่องแรงงานต่างด้าวก็แล้วกันค่ะ (ฮา)

สอบถามทางผู้ประกอบการ ทั่นบอกว่าแรงงานก่อสร้างทุกวันนี้ 80-90% เป็นแรงงานต่างด้าว ถูกกฎหมายครึ่งหนึ่ง ไม่ถูกกฎหมายอีกครึ่งหนึ่ง ออกมาบ่นกระปอดกระแปดว่าจะต้องมีปัญหาแรงงานขาดแคลนแน่นอน เพราะคนไทยเลือกงาน ไม่ยอมทำก่อสร้างกันแล้วตอนนี้

น่าสนใจว่าคนไทยเลือกงาน จริงหรือ

ยังมีมุมเล็กๆ ที่มีอาชีพพิเศษในวงการอสังหาฯนี่แหละ เรียกว่าอะไรดีล่ะ …“มนุษย์ฟุตปาธ” ดีไหม เพราะออฟฟิศหรือสถานที่ทำงานอยู่ตามฟุตปาธทางเดินริมถนน พบเห็นได้ทั่วไป

ตามปกติ โครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมแท่งใหม่แท่งเก่า บ้านจัดสรรทุกทำเล นาทีทองของการขายในรอบสัปดาห์ก็หนีไม่พ้นช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุด ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาว่างพร้อมกัน เป็นจังหวะที่สามารถออกมาเลือกช้อปปิ้งซื้ออสังหาฯ

ในขณะที่ 1 ปีมี 12 เดือน และมี 52 สัปดาห์เท่านั้น จึงกลายเป็น 52 วันหยุดที่ผู้ประกอบการทุ่มไม่อั้น แข่งกันจัดอีเวนต์ดึงคนเข้าโครงการ ซื้อหรือไม่ซื้อไม่เป็นไร ขอให้เข้ามาเห็นของ (สินค้าบ้านหรือคอนโดฯ) ก่อน โอกาสเปลี่ยนใจหรือตัดสินใจซื้อมีสูงกว่า

หนึ่งในอีเวนต์ก็คือกิจกรรมการปักป้ายขนาดเล็ก การโบกธง และการใส่ชุดแมสคอตหรือชุดตุ๊กตา เรียกร้องความสนใจจากผู้บริโภค

แม้เป็นอาชีพสุจริต แต่การปักป้ายตามทางเดินสาธารณะไม่สามารถทำสุ่มสี่สุ่มห้าตามอำเภอน้ำใจได้นะจ๊ะ เป็นข้อห้ามตามกฎหมาย ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริงเรามักจะเห็นมีป้ายขนาดเล็กฝากแปะไว้กับเสาไฟฟ้า ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรอดมักถูกรื้อลง เรียกว่าเอ็งแปะ-ข้ารื้อ อะไรประมาณนี้

เดาเรื่องออกแล้ว ชิมิคะ พี่ไทยก็เลยคิดพลิกแพลงด้วยการจ้างคนมานั่งเฝ้าป้ายซะเลย ง่ายดี เวลาเทศกิจ-คุณตำรวจมาเยี่ยมๆ มองๆ ก็ยกป้ายหนี พอทั่นลับสายตาก็ยกมาตั้งและนั่งเฝ้าใหม่ กลายเป็นมนุษย์ป้ายไปซะงั้น

เรื่องไลค์สาระแบบนี้ได้ไปทำการบ้านมาให้เรียบร้อยแล้ว พบว่า ตำแหน่งงานเขาแบ่งกันคร่าวๆ มี 3 เกรดด้วยกัน ประกอบด้วย “พนักงานนั่งป้าย-เจ้าหน้าที่โบกธง-ตัวแมสคอต”

ในด้านบุคลากรที่เข้าสู่อาชีพมนุษย์ฟุตปาธ มีกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมขึ้นไป จะใช้เด็กเล็กกว่านี้ก็คงไม่ถนัดเพราะต้องใช้ความอดทนสูงอยู่เหมือนกัน อีกกลุ่มเป็นคนทำงานประจำอย่างอื่นอยู่แล้ว เลือกทำเป็นงานพิเศษเฉพาะเสาร์-อาทิตย์

ในด้านสนนราคาค่าจ้าง ตำแหน่งนั่งป้ายถือว่าน่าจะสบายสุดเพราะมีอุปกรณ์คือป้ายแบบยกได้กับเก้าอี้ 1 ตัว ขั้นต่ำมีรายได้วันละ 400 บาท แลกกับการนั่งเฝ้าป้ายทั้งวัน ถัวเฉลี่ยใช้เวลา 8 ชั่วโมงตามกฎหมายเป๊ะ อาจเริ่มงาน 9 โมงเช้า-5 โมงเย็น หรือขยับเวลาเป็น 10 โมงเช้า-6 โมงเย็น เป็นต้น

ตำแหน่งที่รายได้สูงกว่าคือโบกธง สนนราคาค่าจ้างตก 500-600 บาท สุดท้ายคือตัวแมสคอตหรือคนที่ใส่ชุดตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ขอบอกก่อนนะว่าร้อนมากนะจ๊ะ นายจ๋า ค่าตัวตกวันละ 600-800 บาท

เนื่องจากมนุษย์ฟุตปาธเป็นอาชีพสุจริต แม้ว่าจะยังไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีอาชีพสงวนของคนไทย แต่การจ้างงานก็มีระบบคุณธรรมและระบบคุณภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงเป็นอาชีพที่มีโอที (ค่าล่วงเวลา) กับเขาเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นมาตรฐานหรือไม่ มนุษย์ฟุตปาธจะเริ่มตอกบัตร เอ้ย! เริ่มทำงานเวลา 9 โมงเช้า ดังนั้น บางกรณีถ้าตกลงเริ่มทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า ทางนายจ้างมักให้ค่าโอทีอีก 50-100 บาท

อย่างไรก็ตาม อาชีพมนุษย์ฟุตปาธไม่มีสวัสดิการเป็นเรื่องเป็นราว ภาพชินตามักจะเห็นคนนั่งป้ายมีกระติกน้ำแข็งกับข้าวห่อ เข้าใจว่าจัดหามาเอง

เรื่องการเดินทาง ถ้าเฮงๆ ก็จะได้รับจ๊อบใกล้บ้าน แต่ส่วนใหญ่มักจะไกลบ้าน ดังนั้น จึงมีหัวหน้าก๊วนที่จัดรถปิกอัพรับ-ส่ง เรียกว่าตอนเช้าตระเวนรับจากหน้าบ้านแล้วนำมาปล่อยลงตามจุดทำงาน ตอนเย็นก็โกยกลับบ้านไปพร้อมกัน

ส่วนเรื่องโบนัสอย่าคิดว่าไม่มีนะ เพราะทราบมาว่าเคยได้รับติ๊บแบบฟลุคๆ เวลาสายตรวจของนายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหัวหน้างานหรือเป็นผู้บริหาร มีการสุ่มตรวจว่าจ้างมานั่งป้าย 30 จุด นั่งกันครบหรือปล่าว อู้งานไหม

ถ้ามาเจอกำลังปฏิบัติหน้าที่เข้มแข็งก็มีโอกาสได้รับติ๊บพิเศษ มากบ้างน้อยบ้างตามเรื่อง สิ่งที่ได้คงไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น แต่น่าจะเป็นเรื่องขวัญและกำลังใจมากกว่า

มีจุดร่วมอยู่จุดหนึ่งจากการสัมภาษณ์มนุษย์ฟุตปาธหลายทั่น ทุกคนพูดตรงกันเหมือนนัดกันมายังไงก็ไม่รู้ บอกว่า 1.เป็นอาชีพสุจริต จึงภูมิใจมาก 2.เป็นรายได้พิเศษ สำหรับคนหาเช้ากินค่ำมันมีความหมายมากทีเดียว 3.เป็นแหล่งรายได้ที่มาเติมเต็มความฝันเล็กๆ น้อยๆ เช่น น้องมัธยมเก็บสตางค์ไว้ซื้อมือถือ คุณพี่หน้าหวานสะสมรายได้ไว้ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ฯลฯ

บางทั่นบอกว่า รายได้ดีกว่างานประจำ (เถ้าแก่ให้วันละ 300 บาท) จึงเสียดายที่มีแค่วันเสาร์-อาทิตย์

อย่างน้อยที่สุด มีจุดดีอย่างหนึ่งคือ เป็นอาชีพที่ค่อนข้างยูนิเวอร์แซล หมายถึงครอบจักรวาลมาก ไม่กีดกันเด็ก ผู้หญิง คนแก่ สามารถมาทำงานนี้ได้หมด ที่สำคัญไม่มีเทอมในการเกษียณอายุอีกต่างหาก

ในยุคที่โลกทั้งใบคลั่งออนไลน์ ได้แต่ภาวนาให้อาชีพมนุษย์ฟุตปาธอยู่ยั้งยืนยง อย่าได้สูญหายไปจากโลกนี้เลย ส้าธุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon