แกนนำเกษตรกรเหนือ รับถูกบุกบ้าน ให้เซ็นสัญญาไม่ไปเชียร์”ปู”จริง

ประธานสมาพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูน ยันถูกขอความร่วมมือแกมบังคับข่มขู่ ขืนใจ เซ็นหนังสือไม่ไปให้กำลังใจ “ปู” บอกไม่ได้สมัครใจ แต่หยุดยั้งไม่ได้ ชี้ยินยอมจริง เอาตนเองไปเสี่ยง-ผูกมัดทำไม เผยทหารบุกถึงบ้าน หลังไปให้กำลังใจ อดีตนายก 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา บอกไม่วิตกกังวล ไม่มีผลต่อตัดสินใจไปให้กำลังใจ 25 สิงหาคมนี้ แต่รถตู้ขอยกเลิกสัญญา หลังถูกเรียกรายงานตัว-ถ่ายรูปทำประวัติ

วันที่ 18 สิงหาคม 2560 นายจำรัส ลุมมา ประธานสมาพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูน ในฐานะแกนนำเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เผยกรณีเซ็นหนังสือยินยอม ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ไม่ให้นำมวลชนไปให้กำลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนศาลตัดสินคดีจำนำข้าว วันที่ 24-25 สิงหาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ ว่า ยอมรับเซ็นหนังสือจริง แต่เป็นการขอความร่วมมือแกมบังคับ ข่มขู่ ขืนใจเพราะมีตำรวจ (สารวัตรแม่แฝก) และทหาร 7-8 นาย พร้อมรถยนต์ 3 คัน บุกเข้ามาที่บ้าน โดยไม่มีหมายค้น พร้อมขอให้เซ็นหนังสือยินยอมดังกล่าว ตอนแรกตนขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้บันทึก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมลงบันทึกเอง กลับบอกให้ตนเป็นผู้เขียนหนังสือดังกล่าวด้วยลายมือตนเอง ตามคำบอกของเจ้าหน้าที่ (สารวัตรแม่แฝก) เป็นการชี้นำ เพื่อให้ดูว่าตนเองยินยอมเซ็นหนังสือดังกล่าวด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ขู่เข็ญอย่างใด เหตุเกิดช่วงเวลา 11.00 น.วันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันหวยออกพอดี

“แม้ว่าตนเองเซ็นหนังสือยินยอม แต่ไม่ได้สมัครใจ เพราะถูกบังคับ ขืนใจ ส่วนตัวไม่ต้องการเซ็นหนังสือดังกล่าว แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำดังกล่าวได้ จึงต้องยอม เพื่อให้เรื่องม้นจบเท่านั้น โดยเขียนหนังสือเพียงแผ่นเดียว และมอบให้เจ้าหน้าที่นายหนึ่ง (สารวัตรแม่แฝก) เก็บไว้ ส่วนตนเองได้ใช้มือถือถ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นเดียวกัน ซึ่งตนมองว่าหนังสือดังกล่าวเพียงขอความร่วมมือ ไม่น่ามีผลทางกฏหมาย ถ้ายินยอมจริง จะเอาตนเองไปเสี่ยง หรือผูกมัดทำไม เนื่องจากไม่ได้มีการบันทึกอย่างเป็นทางการ ไม่มีเจ้าหน้าที่เซ็นรับหนังสือดังกล่าวด้วย” นายจำรัส กล่าว

นายจำรัส กล่าวถึงสาเหตุที่ถูกขอความร่วมมือ ให้เซ็นหนังสือดังกล่าวว่า เพราะเคยนั่งรถตู้ไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้น และทำบันทึกประวัติ ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวถึงที่บ้าน และขอความร่วมมือแกมบังคับดังกล่าว ซึ่งไม่ได้วิตก หรือห่วงกังวลอะไรและไม่มีผลต่อการตัดสินใจไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กรุงเทพฯ วันที่ 25สิงหาคมนี้ เพื่อฟังคำตัดสินของศาล เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญขั้นพื้นฐาน ตอนนี้รถตู้ที่ว่าจ้างเดินทางไปกรุงเทพฯ ได้ขอยกเลิกสัญญาแล้ว เพราะถูกเจ้าหน้าที่เรียกไปรายงานตัว และถ่ายรูปทำประวัติ จึงเกิดความเกรงกลัว ว่าอาจถูกกลั่นแกล้ง และดำเนินคดีอีก

“ส่วนตัวเชื่อว่าการสกัดกั้น หรือบล็อกผู้ไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถทำลายความรัก ผูกพัน ศรัทธาต่ออดีตนายกรัฐมนตรีหญิงได้ เพราะชาวนาถือว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีบุญคุณ ที่ทำให้ลืมตาอ้าปากได้ หากไม่สามารถเดินทางด้วยรถตู้ได้ ยังมีอีกหลายวิธี ขึ้นรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน แบบต่างคนต่างไป โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว ไม่มีการว่าจ้าง หรือมีใครสนับสนุนอย่างใด” นายจำรัส กล่าว

ด้าน ด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แดงเชียงใหม่ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบนายจำรัส เซ็นหนังสือดังกล่าวด้วยสาเหตุใด แต่วิธีดังกล่าวไม่มีผลต่อการไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจมีผลทางจิตวิทยา ทำให้คนไม่กล้าเดินทางไปเท่านั้น เป็นเพียงยุทธวิธีหนึ่งที่ต้องการสกัดมวลชน ไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้อยที่สุด ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้ห้ามผู้ไปให้กำลังใจบุคคลที่รัก ผูกพัน ศรัทธา เพียงแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น จึงไม่มีสิทธิสกัดกั้นผู้ไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรเคารพสิทธิเสรีภาพประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้มากกว่า

“ส่วนตัวได้ทำบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยูกับมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละไม่ชุมนุม หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำหนังสือเซ็นยินยอมไม่ไปให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีเจ้าหน้าที่มาขอความร่วมมือดังกล่าวดังนั้นสามารถเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กรุงเทพได้ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล” ด.ต.พิชิต กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พระองค์สิริวัณณวรีฯ ประทานสัมภาษณ์ก่อนแข่งซีเกมส์ รับสั่งตั้งพระทัยที่สุดเพื่อชาติ
บทความถัดไปอาชีวะจัดวันสถาปนา 76 ปี ก่อตั้งกรมอาชีวะ มอบโล่ครูดีศรีอาชีวะ 69 คน