‘โก้ วศิน’ เผยนาทีวูบคาเวทีรับโหมงานหนัก บอกต่อไปต้องปรับจุดสมดุลชีวิตแบ่งเวลาพักให้มากขึ้น

ทำเอาใจหายใจคว่ำไปตามๆกัน ที่ก่อนหน้านี้ โก้-วศิน อัศวนฤนาท นักแสดงหนุ่มและมือกีตาร์ของวงดนตรี Rooftop (รูฟท็อป) เกิดอาการหน้ามืดล้ม! กลางเวที ขณะที่กำลังขึ้นโชว์ในงานแห่งหนึ่ง จนได้รับบาดเจ็บบนใบหน้า ล่าสุดเมื่อได้เจอหน้าเจ้าตัวในงานบวงสรวงละครเรื่อง พ่อมดเจ้าเสน่ห์ เขาก็เปิดใจว่า

“ผมว่ามันเป็นเพราะว่ามันฝืน ณ จุดนั้นมากกว่าครับ ไอ้ที่ทำแบบอยู่บนพื้นฐานปกติ มันก็ยังโอเคอยู่นะ ได้อยู่”

ก่อนจะเล่าย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้นให้ฟังว่า น่าจะเกิดจากการพักผ่อนน้อย ในวันเกิดเหตุมีอาการเวียนหัวอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องขึ้นโชว์ก็ใส่เต็มที่

“แล้วเหมือนร่างกายมันก็เลยไม่ไหว เรายังดันไปอีก ฝืนไปอีก จนเราเริ่มแบบมองอะไรไม่เห็นแล้ว ภาพตัดก็ล้มลงไปเลย”

และยังเล่าต่อว่า “พอมันล้มปุ๊บหน้ากระแทกพื้นปั้ง มันเจ็บก็เลยรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที พยายามเหมือนยืนขึ้นมาทำให้มันเนียนๆไปก่อน”

“แต่ว่าจริงๆก็ยังไม่ไหวนะ มั่วๆไปแล้วพอ จบเพลงค่อยลงไปนั่งพัก”

ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เป็นแผลด้านซ้ายบนใบหน้า แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มหายดีแล้ว และใช้วิธีแต่งหน้ากลบรอยก็ทำให้มองไม่เห็น

“แต่ว่ามันก็ยังเป็นรอยแดง กลมๆ ใหญ่เหมือนกัน นอกจากที่หน้ามีที่เข่าและมือนิดหน่อย แต่ว่าหายแล้ว”

หลังจากนั้นตนก็ไปตรวจร่างกายกับแพทย์ด้วยความกังวลแต่ปรากฏว่าตนไม่มีโรคร้ายแรง พร้อมแนะว่าหากเกิดอาการควรนั่งลงและไม่ควรฝืน แต่เมื่อถึงตอนขึ้นโชว์แล้วก็ทำให้ควบคุมสถานการณ์ยาก

แต่จากนี้ยอมรับว่า “จะระวังตัวมากขึ้น”

“อย่างที่หมอบอกถ้าหากว่าเราเริ่มมีอาการ เราจะไม่ฝืนแล้ว แม้ว่าจะอยู่กลางเวทีก็ตาม อย่างน้อยเรานั่งลงดีกว่าเราล้มลง”

และแม้ตนจะยอมรับว่าช่วงนี้ตนโหมงานหนักไปแต่เพราะงานรุมเข้ามาทั้งงานละคร และงานโชว์ที่มีเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะยอมรับว่า จากอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ตนอยากหาจุดสมดุลของชีวิต เพราะเวลาพักผ่อนคือเวลาที่สำคัญ

“ต้องหาเวลาพักผ่อนเวลานอน สำคัญจริงๆ”

“คืออย่างถ้าเกิดผมช่วงเวลาว่างเราจะออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ว่า3เดือนที่ผ่านมา แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย ผมว่าก็มีส่วน ที่ทำให้ร่างกายเป็นอย่างนี้หรือเปล่า”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ช้างศึก’ไล่ทุบ‘กัมพูชา’ 3-0 แต่เกมเกือบเดือดโดนตะเพิดฝั่งละแดง!
บทความถัดไปซีเกมส์จัดดีมาก! ทีมยิมฯไทยต้องโบกแท็กซี่ไปแข่ง