รมว.เกษตรฯลงพื้นที่ตรวจประมงไทย ลั่นพร้อมให้อียูสอบ พ.ย.นี้ ลุ้นปลอดไอยูยูทั้งระบบ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และสมุทรปราการ เพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติงานของระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมง เป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมก่อนที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG MARE) ของสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะเดินทางมาตรวจสอบต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ว่า ประเด็นของระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ขณะนี้ไทยเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้อุตสาหกรรมประมงไทยปราศจากการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ทั้งระบบ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าประมง ให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน

โดยกรมประมงได้มีการปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับของประเทศไทย เพื่อไม่ให้มีสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงไอยูยู เข้ามาในประเทศไทย รวมถึงไม่ให้มีการส่งออกสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงไอยูยูอย่างเด็ดขาด ซึ่งได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ ระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสัตว์น้ำที่จับโดยเรือประมงไทย และสัตว์น้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศ

สำหรับสัตว์น้ำที่จับโดยเรือประมงไทย ได้มีการจัดวางระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงทะเลได้ตลอดสายการผลิต โดยกำหนดให้เรือประมงที่จับสัตว์น้ำต้องจดบันทึกการทำการประมง (ล็อกบุ๊ก) ตามความเป็นจริงทุกครั้ง และมีรายละเอียดของชนิดสัตว์น้ำ ปริมาณสัตว์น้ำ บริเวณที่จับ และเครื่องมือการทำประมง เมื่อนำสัตว์น้ำขึ้นที่ท่าเทียบเรือ กำหนดให้ท่าเทียบเรือต้องคัดแยกและชั่งน้ำหนักสัตว์น้ำรายชนิด กรณีขนส่งไปขายที่ตลาดกลางโดยยังไม่มีการคัดแยกและชั่งน้ำหนัก ต้องชั่งน้ำหนักโดยประมาณของสัตว์น้ำที่ขนส่ง และเมื่อถึงตลาดกลางต้องคัดแยกและชั่งน้ำหนักสัตว์น้ำรายชนิด และเมื่อมีการซื้อขายสัตว์น้ำ ผู้ซื้อผู้ขายต้องกรอกข้อมูลชนิดสัตว์น้ำและปริมาณที่ซื้อขายในเอกสารกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ (Marine Catch Purchasing Document: MCPD) เพื่อให้มีข้อมูลในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้ทุกขั้นตอนตลอดสายการผลิต

ในส่วนสัตว์น้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการนำเข้าต้องขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำ โดยด่านตรวจสัตว์น้ำของกรมประมงจะดำเนินการตรวจสอบสัตว์น้ำและเอกสาร เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์น้ำไม่ได้มาจากการทำการประมงไอยูยู โดยทำการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ใบรับรองการจับสัตว์น้ำ ล็อกบุ๊ก ใบอนุญาตทำการประมง ใบอนุญาตขนถ่าย แหล่งทำการประมง พฤติกรรมเรือ เส้นทางเดินเรือ ข้อมูลการทำการประมง และแผนผังการเก็บสัตว์น้ำ เป็นต้น หากข้อมูลถูกต้องจะอนุญาตให้เรือเทียบท่าและขนถ่ายสัตว์น้ำได้

นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมการขนถ่ายและชั่งน้ำหนักสัตว์น้ำที่ขนขึ้นรถบรรทุก และจัดทำเอกสารเพื่อกำกับรถบรรทุกทุกคันที่ขนส่งไปยังโรงงาน และบันทึกข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อสัตว์น้ำไปถึงโรงงานจะมีการคัดแยกและชั่งน้ำหนักสัตว์น้ำรายชนิด และออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำนำเข้าให้กับผู้นำเข้าสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบย้อนกลับ กรมประมงได้มีการจัดระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ระบบตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทย และ 2.ระบบตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำนำเข้า เพื่อให้สามารถตามสอบเส้นทางไหลของสัตว์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดสายการผลิต ตั้งแต่การนำเข้าสัตว์น้ำ การขึ้นท่าสัตว์น้ำ การกระจายสัตว์น้ำ การแปรรูป การออกใบรับรองการจับสัตว์น้ำ การออกใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ ถึงกระบวนการสุดท้าย คือ การส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการตรวจสอบอื่นๆ ทั้งระบบ อาทิ เพิ่มการตรวจสอบเรือประมงที่แจ้งเข้า-แจ้งออกให้ได้ 100% เต็ม เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำสัตว์น้ำขึ้นท่า ควบคุมการขนถ่ายสัตว์น้ำและลูกเรือกลางทะเล สร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการประมงตลอดสายการผลิตให้ความร่วมมือ และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทยได้มีการนำระบบเครื่องชั่ง Smart scale ที่สามารถส่งข้อมูลชนิดและน้ำหนักที่ชั่งเข้าระบบ ตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทย โดยมีการนำร่องใช้กับท่าเทียบเรือขององค์การสะพานปลา ทำให้ข้อมูลชนิดและน้ำหนักสัตว์น้ำมีความโปร่งใสและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง

บทความก่อนหน้านี้งานเข้า “เมฆ มังกรบิน” อาจารย์ ม.เกษตรฯ นำผู้เสียหายร้องดีเอสไอให้รับเคสน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์เป็นคดีพิเศษ
บทความถัดไปชมคลิปความน่ารักของ ‘น้องสวรรค์’ กับช่วงเวลาแห่งโลกดนตรี ที่ถูก’พ่อมอส’ ขัดใจตลอดเวลา