หน้าแรก ประชาชื่น ขรรค์ชัย-สุจิ...

ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่อง’วัดโพธิ์’ ฟื้นความหลัง ถกประวัติศาสตร์ ตีความโลกทรรศน์ชาวสยามเมื่อวันวาน

24.11.17 | 18:08 น.
รายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทัวร์ทอดน่องท่องเที่ยว ตอน "วัดโพธิ์โสภาสถาพร" 20 พ.ย. ที่ผ่านมา

ผ่านไปแล้วสำหรับการถ่ายทอดสดรายการ ขรรค์ชัย บุนปาน- สุจิตต์ วงษ์เทศ ทัวร์ทอดน่องท่องเที่ยว ตอน “วัดโพธิ์โสภาสถาพร” เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา แน่นอนว่ามีแฟนคลับทั้งเก่า-ใหม่ร่วมรับชมผ่านเฟซบุ๊ก “มติชนออนไลน์” อย่างมากมายเช่นเคย โดยครั้งนี้ ธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรมมาร่วมแจมในการบอกเล่าเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างเข้มข้น ดำเนินรายการโดย เอกภัทร์ เชิดธรรมธร ผู้ประกาศหนุ่มของ “มติชนทีวี” ผู้มีความรู้พื้นฐานด้านประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิม ยิ่งเสริมทัพในการยิงคำถามได้อย่างเฉียบคม

ไม่เพียงเท่านั้น พระราชเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ยังให้เกียรติเล่าประวัติวัดแห่งนี้ในช่วงต้นของรายการอีกด้วย

การถ่ายทอดสดครั้งนี้สนับสนุนโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ซาร่า, ร้านอาหารกาเล่, สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และบริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ย้อนอดีตวัดโพธาราม กับ ‘พระราชเวที’

เปิดรายการที่ระเบียงคดชั้นในซึ่งล้อมพระอุโบสถอันสง่างาม โดย พระราชเวที ได้กล่าวย้อนหลังไปเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นห้วงเวลาที่อารามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดโพ หรือ วัดโพธาราม ไม่ทราบศักราชที่แน่ชัดว่าก่อกำเนิดขึ้นเมื่อใด ครั้นเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดให้สถาปนาเป็นอารามหลวงชั้นเอก ถือเป็นวัดสำคัญที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการบูรณะครั้งใหญ่ อีกทั้งขยายขอบเขตพระอาราม และโปรดให้จดจารจารึกไว้ในจุดต่างๆ ซึ่งกลายเป็นมรดกความทรงจำของโลก

Advertisement

“วัดโพธิ์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ทรงเป็นผู้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวประมาณ 2 ปี ก่อนที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามจะสร้างเสร็จ ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดให้ขยายขอบเขตพระอารามให้กว้างขวางขึ้น สร้างวิหารพระนอน พระมหาเจดีย์ ที่นี่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม สรรพวิทยาการต่างๆ มากมาย” พระราชเวทีกล่าว ก่อนส่งต่อให้ สอง (อดีต) กุมารสยามรับช่วงต่อ

พระราชเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ให้เกียรติเล่าประวัติวัด

‘สุจิตต์’ ฟื้นความหลัง ปี 2504 มาวัดโพธิ์ครั้งแรกในชีวิตเพราะ ‘ขรรค์ชัย’

ถึงคิวคอลัมนิสต์ไม่ติดกระดุมเสื้อ อย่าง สุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งนอกจากจะมาพร้อมสไตล์การแต่งกายเฉพาะตัว ยังขนข้อมูลใส่กระเป๋าหนังวัวมาเพียบ แต่ก่อนอื่น ขอเล่าถึงประวัติศาสตร์ความทรงจำส่วนบุคคลเมื่อครั้งเดินทางเหยียบย่างมายังวัดโพธิ์เป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อ พ.ศ.2504 ครั้งเป็นนักเรียนวัดนวลนรดิศ โดยผู้เอ่ยปากชักชวนก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็น ขรรค์ชัย บุนปาน เพื่อนซี้ในวัยเยาว์ซึ่งในวันนี้คือประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)นั่นเอง

“ผมเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2497 แต่ไม่เคยมาวัดโพธิ์ ไม่รู้จักเลย กระทั่ง พ.ศ.2504 ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเด็กวัดเทพธิดาราม ตรงประตูผี แต่ไปเรียนวัดนวลนรดิศ ฝั่งธนบุรี ห้องเดียวกับคุณขรรค์ชัย เขาก็ชวนมาที่นี่ โอ้โห! เย็นสบาย นอนหลับปุ๋ยเลย นุ่งกางเกงขาสั้นด้วย ยังไปแอบชะโงกหน้าดูคนวาดเส้นที่ระเบียงคด เห็นแล้วจำได้ว่านี่การ์ตูนล้อการเมืองในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เขียนเสร็จเขาลงนามปากกา น.หนู สระอิ ธ.ธง ตอนหลังพอเข้าเรียนที่ศิลปากรถึงได้รู้ว่าคนที่เรา 2 คนมาแอบดู คือ อาจารย์นิพนธ์ ผริตะโกมล นี่คือประวัติศาสตร์ความทรงจำส่วนตัว” สุจิตต์เล่าอย่างอารมณ์ดี พร้อมเสริมว่า ขรรค์ชัยไม่เพียงเป็นคนที่พาตนมาวัดโพธิ์เป็นครั้งแรก แต่ยังเป็นคนท่องกลอนของ “เสมียนมี” จากนิราศพระแท่นดงรังให้ได้ยินเป็นครั้งแรกอีกด้วย

บทที่มีชื่อเสียงอย่างมาก มีอยู่ว่า

“เห็นวัดโพธิ์โสภาสถาพร สง่างอนงามพริ้งทุกสิ่งอัน โอ้วัดโพธิ์เป็นวัดกษัตริย์สร้าง ไม่โรยร้างรุ่งเรืองดังเมืองสวรรค์”

และนี่คือที่มาของชื่อตอน “วัดโพธิ์โสภาสถาพร” สำหรับรายการถ่ายทอดสดในครั้งนี้

เมื่อ เอกภัทร์ ผู้ดำเนินรายการหันไปสอบถามผู้ถูกพาดพิง ว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ เจ้าตัวพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเป็นคำตอบ

 

เดินพูดคุยอย่างอารมณ์ดีก่อนเริ่มถ่ายทำ


‘จารึก’ สัญลักษณ์รับมือโลกตะวันตก-ถกปม ‘ก.ศ.ร.กุหลาบ’ เป็น ‘จอมกุ’ จริงหรือ?

จากนั้นเข้าสู่ประเด็นทางประวัติศาสตร์ สุจิตต์เล่าว่า วัดโพธิ์ไม่ได้ตั้งอยู่โดดๆ หากแต่ตั้งอยู่กลางชุมชนการค้าของชาวจีนและชาวญวน ถือเป็นวัดสำคัญอย่างยิ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น สมัยกรุงธนบุรี เคยมีการปลด พระพิมลธรรม วัดโพธาราม เนื่องจากให้ความเห็นต่อคำถามของพระเจ้าตากสินมหาราชว่าพระสงฆ์กราบไหว้ฆราวาสที่บรรลุโสดาบันได้หรือไม่ เมื่อคำตอบคือไม่ได้ จึงถูกถอด ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 โปรดให้คืนสมณศักดิ์ กระทั่งได้เป็น สมเด็จพระพนรัตน์ นอกจากนี้ คนสำคัญในประวัติศาสตร์อย่าง ก.ศ.ร.กุหลาบ ก็เคยบวชเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ โดยเป็นลูกศิษย์ของกรมพระปรมานุชิตชิโนรส

“ก.ศ.ร.กุหลาบ เกิดที่คลองบางพรม แม่ยากจนเลยฝากให้เป็นลูกเลี้ยงของเจ้านายซึ่งเป็นลูกหลาน ร.3 เลยโตมาในวังหลวง แล้วบวชเณรที่วัดโพธิ์ ต่อมาบวชพระ ได้ฉายาว่าเกศโร เลยนำมาตั้งเป็นนามปากกา ก.ศ.ร.กุหลาบไม่ใช่คนขี้โกหก เขาทำงานร่วมกับกรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีเอกสารอยู่” สุจิตต์เล่า

จารึกวัดโพธิ์ มรดกความทรงจำของโลก


ส่วนประเด็นเรื่องการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย” นั้น คอลัมนิสต์ท่านนี้บอกว่า ต้องพิจารณาถึงนิยมของคำว่ามหาวิทยาลัยว่าคืออะไร?

“หากจะให้ตรงตามอย่างตะวันตก คงลำบากหน่อย ต้องบอกว่าในยุคนั้นสยามยังไม่มีแนวคิดเรื่องการศึกษาสำหรับมวลชน ซึ่งเพิ่งเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 6 จารึกในวัดโพธิ์ ล้วนเป็นความรู้ของชนชั้นสูง เช่น โคลง ฉันท์ กลอนกลบท ซึ่งเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่ความรู้สามัญ มีนักปราชญ์บางท่านอธิบายว่า การที่ ร.3 โปรดให้จารึกความรู้ต่างๆ ไว้นั้น เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่เราต้องเผชิญต่อไปในอนาคตคือโลกตะวันตกที่เริ่มเข้ามาแล้ว”

ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)

พูดถึงโลกตะวันตก ก็โยงมาถึง โคลงภาพต่างภาษา ที่วัดโพธิ์ สุจิตต์บอกว่า ในอดีตทรรศนะโลกของสยามยุคนั้นแบ่งชนชาติต่างๆ ตาม “ภาษา” นอกจากนี้ ยังชวนให้ขบคิดถึงบริบทรอบวัดแห่งนี้ที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นสากล พร้อมโชว์ภาพถ่ายเก่าสีขาวดำที่มองเห็น โรงละครปรินซ์เธียเตอร์ ของ เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) สร้างเสร็จปลาย ร.4

สุจิตต์ โชว์ภาพโรงละครปรินซ์ เธียเตอร์

ถอดรหัสพระพุทธรูประเบียงคด สะท้อน ‘สุโขทัย’ อุดมคติเจ้านายต้นรัตนโกสินทร์

ครั้นลงลึกถึงประวัติศาสตร์ศิลปกรรม ต้องผายมือให้ ธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม วิทยากรรับเชิญ ซึ่งชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญผ่านพระพุทธรูปภายในวัด โดยเฉพาะพระพุทธรูปในระเบียงคดชั้นใน รอบพระอุโบสถ ที่ล้วนคัดมาจาก สุโขทัย เชื่อมโยงกับความเป็นพุทธมามกะของรัชกาลที่ 1 อีกทั้งสะท้อนว่าเจ้านายในราชสำนักมองสุโขทัยเป็นรัฐอุดมคติ

“ที่ที่เรายืนอยู่นี้คือระเบียงคดชั้นใน จะเห็นว่าพระพุทธรูปมีขนาดใกล้เคียงกัน พุทธศิลป์ก็เป็นแบบสุโขทัย จากหนังสือ การเมืองเรื่องพระพุทธรูป ของ วิราวรรณ นฤปีติ ซึ่งศึกษาเอกสารชั้นต้น ระบุว่าพระพุทธรูปส่วนนี้คัดมาจากสุโขทัยทั้งสิ้น ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงว่ายุคต้นรัตนโกสินทร์มองสุโขทัยเป็นรัฐอุดมคติ”

ธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วย บก. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม วิทยากรรับเชิญ

ธัชชัยยังพาเดินชมโบราณวัตถุสถานในวัดอีกหลายแห่ง เช่น วิหารพระโลกนาถ, ซุ้มโขลนทวาร, ภาพสลักรามเกียรติ์, ภาพเล่าเรื่องรอบกำแพงแก้วของพระอุโบสถที่คาดว่ามาจากชาดก แต่ยังไม่มีผู้ทำการศึกษาวิจัย เป็นต้น รวมถึงประเด็นของ “ตุ๊กตาอับเฉา” ในวัดโพธิ์ ที่มีผู้เสนอว่า ไม่ได้มาจากจีน เนื่องจากพบเอกสารระบุที่มาของหินจากแหล่งต่างๆ ในไทย

“พระพุทธรูปประธานในโบสถ์ ร.1 อัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า หรือวัดคูหาสวรรค์ ส่วนพระโลกนาถในวิหารอัญเชิญมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา หน้าวิหารมีซุ้มโขลนทหวาร คล้ายประตูมงคลแบบจีน มีรูปสลักบุคคล จากพงศาวดารจีน คือ ห้องสิน บนสุดมีป้ายอักษรจีนว่า บุญวาสนา เสาพระประทีป สลักร่องลึกมีลายเขียนสีทอง รูปการขนส่งทางบกและน้ำ คือ ม้า ช้าง เรือสำเภา น่าจะสลักสมัย ร.3 จะเห็นว่านอกจากจารึกแล้ว สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์เช่นกัน”

ซุ้มโขลนทวารแบบจีน หน้าวิหารพระโลกนาถ
วิหารพระโลกนาถ

จากนั้นมุ่งหน้า พระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล ซึ่งสร้างโดยรัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 4 เป็นเจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบสีเขียว สีขาว สีเหลือง และสีขาบ หรือน้ำเงินเข้ม ตามลำดับ โดยมีข้อสังเกตว่าเหตุใดองค์สุดท้ายจึงไม่ใช่เจดีย์ย่อมุม

“เจดีย์วัดโพธิ์ส่วนใหญ่เป็นเจดีย์ย่อมุม ส่วนพระราชนิยมของ ร.4 เป็นเจดีย์ทรงระฆังทั้งนั้น แต่มหาเจดีย์องค์นี้ย้อนกลับไปหารูปแบบเจดีย์ที่อยุธยา เนื่องจากไม่โปรดเจดีย์ทรงเครื่องหรือเจดีย์ย่อมุม ทรงเรียกว่า เจดีย์จมูกมาก เพราะมีมุมเต็มไปหมด”

พระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล

ปิดท้ายรายการที่ “ศิวลึงค์” ธัชชัย สันนิษฐานได้ว่าสร้างในสมัย ร.4 เพราะมีหลักฐานเชื่อมโยงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการที่วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่ง ร.4 ทรงบูรณะ เคยมีศิวลึงค์ซึ่งปัจจุบันเคลื่อนย้ายไปยังโบสถ์พราหมณ์แล้ว

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อหามากมายที่น่าสนใจจากรายการนี้ซึ่งมีเป็นประจำทุกเดือน ส่วนคราวหน้าขรรค์ชัยและสุจิตต์จะชวนไปทอดน่องที่ไหน ต้องติดตาม!

งดงามสมเป็นงานช่างหลวง