ส่องรัฐบาล ปลายปี เหมือนจะดี แต่ก็มีเงื่อนไข

มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ที่ประกาศปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทยให้กลับสู่ภาวะปกติ หลังจากที่เคยลดระดับความสัมพันธ์มาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นปีรัฐประหาร

ถือเป็นข่าวดีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ คสช. ที่สหภาพยุโรป “ให้หน้า”

แต่ถ้าได้อ่านรายละเอียดที่อียูแถลงท่าทีออกมาให้โลกทราบแล้ว พบว่าเป็นการฟื้นความสัมพันธ์อย่างมีเงื่อนไข

โดยเฉพาะคำแถลงข้อ 12 ที่ย้ำว่า จะยังคงพิจารณาทบทวนความสัมพันธ์กับไทย แต่ไทยดำเนินการ 3 ประการ

หนึ่ง ยกเลิกข้อจำกัดสื่อ การชุมนุม และปลดล็อกพรรคการเมือง

สอง จัดเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

และสาม มีรัฐบาลพลเรือนที่ได้จากการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่

และเมื่อย้อนกลับไปอ่านรายละเอียดด้านบน เนื้อความ

คำถามก็ย้ำหลายครั้งถึงเรื่องนี้

เรื่องที่ไทยต้องเดินหน้าตามโรดแมป

ไทยต้องเลือกตั้งตามคำมั่นที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศไว้

นั่นคือ เลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561

 

สําหรับประเทศไทย การตระเตรียมเลือกตั้งนั้นผูกโยงกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ

นั่นคือ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มา ส.ว.

ขณะนี้ได้ประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองไปแล้ว

ยังคงเหลือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มา ส.ว.ซึ่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของ สนช.

ทั้งนี้หากดูจากภาพรวมแล้ว เหมือนว่าทุกอย่างกำลังเดินไปตามโรดแมป

ทุกอย่างกำลังดำเนินสู่เป้าหมายเลือกตั้ง

เดือนพฤศจิกายน 2561

 

อย่างไรก็ตาม หากกะเทาะเนื้อเข้าไปดูการดำเนินการกลับพบอาการ “น่าหวาดเสียว” เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ

ขณะนี้ กฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว 2 ฉบับ นั่นคือ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น

ฉบับหนึ่งคือ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. กำลังมีปัญหาในการปฏิบัติ

ทั้งนี้การคัดเลือก กกต.ใหม่จำนวน 7 คน ซึ่งผ่านขั้นตอนการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหามา 5 คน และผ่านการสรรหาจากที่ประชุมศาลฎีกาอีก 2 คน

ปรากฏว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. แย้งถึงวิธีการสรรหา กกต. 2 คนในส่วนศาลฎีกาว่า “ไม่ได้ทำตามกฎหมายกำหนด”

นั่นคือ ไม่ได้ทำอย่างเปิดเผย หากแต่ทำอย่างปิดลับ

ข้อทักท้วงนี้ทำให้ สนช. ต้องชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติว่าที่ กกต. ที่ได้รับการสรรหา

แล้วย้อนกลับไปถามที่ประชุมศาลฎีกาอีกครั้งว่า ได้คัดเลือกถูกต้องตามข้อกำหนดหรือไม่

นั่นคือความคืบหน้าของกฎหมายฉบับแรก

ส่วนอีกฉบับหนึ่งคือ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำลังมีข้อเสนอให้แก้ไข

ทั้งนี้หลังจากประกาศใช้ เนื้อหาของ พ.ร.ป.ดังกล่าวกำหนดเวลาให้พรรคการเมืองต้องปรับปรุง

หากไม่ทำตามกำหนดอาจต้องโทษ

พรรคการเมืองไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกฎหมายได้ เพราะ คสช.ไม่ปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมือง

ส่วน คสช.เองก็ไม่ยอมปลดล็อกตามคำขอ ขณะที่เวลาตามกฎหมายกำหนดกำลังใกล้เข้ามาทุกที

จึงมีข้อเสนอให้แก้ไข พ.ร.ป. เพื่อบรรเทาปัญหา

ถ้าต้องทำถึงขั้นนั้น อาจจะกระทบกับโรดแมป

จะกระทบกับการเลือกตั้งหรือไม่?

 

นอกจากนี้เมื่อแวะเวียนมาดูความมั่นคงของฝ่ายรัฐบาลก็พบว่ากำลังโชคร้าย

ทั้งนี้ก่อนหน้าเคยมีความหวังว่า หลังจากปรับคณะรัฐมนตรีแล้ว สถานการณ์ของรัฐบาลจะดีขึ้น

เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การปรับคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็มุ่งแก้ปัญหานี้

รัฐมนตรีเศรษฐกิจและสังคมหลายคนล้วนมีภารกิจที่ต้อง

ทำเพื่อแก้ปัญหานี้

ดังนั้น เมื่อปรับคณะรัฐมนตรีและวางเป้าหมายอีกครั้ง

อารมณ์ของสังคมน่าจะดีขึ้น

แต่ในวันที่คณะรัฐมนตรีถ่ายภาพหมู่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยกมือขึ้นบังแดด

แสงแดดสะท้อนกับเครื่องประดับทั้งแหวนเพชรและนาฬิกาหรู

หลังจากนั้นประเด็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินก็กลายเป็นปมข้อข้องใจ

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มิได้มีแค่ประเด็นทางเศรษฐกิจที่จะต้องแก้ไขเท่านั้น หากต้องแก้ต่างในประเทศ “ซุกนาฬิกา” อีกด้วย

ยิ่งเมื่อทราบกันดีว่า ป.ป.ช.ที่ทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน มีความผูกพันกับ “บิ๊กป้อม”

ข้อครหายิ่งมากขึ้นตามลำดับ

 

สถานการณ์ของรัฐบาลในขณะนี้ จึงไม่ได้อยู่ดีเย็นสบาย

แม้มติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปจะดูเหมือนฟื้นสัมพันธ์ แต่ขณะเดียวกันก็ดูเหมือนเร่งรัดให้เลือกตั้ง

แม้การดำเนินการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งจะดูเหมือนว่ากำลังเดินไปตามโรดแมป แต่ก็มีข้อน่าสังเกตว่าอาจจะไม่ทัน

แม้คณะรัฐมนตรีบิ๊กตู่ 5 จะดูเหมือนว่าพร้อมกับการเลือกตั้งในปี 2561

แต่มรสุมที่กระหน่ำซัดลูกแล้วลูกเล่าก็น่าจับตามอง “เสถียรภาพ”

สถานการณ์ของรัฐบาลในขณะนี้ จึงดูเหมือนว่าจะดี

แต่ทุกจังหวะก้าวก็น่าเป็นห่วง เพราะมีโอกาสที่จะหกคะเมนตีลังกาได้เหมือนกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เยลโล่ สต๊อป เบรกรถหยุดฝ่า โปรเจ็กต์สุดปัง “นิสิตม.มหาสารคาม”
บทความถัดไป‘องอาจ’ ชี้ 3 ผลกระทบใหญ่ หากแม่น้ำ 4 สายรับลูกแก้ กม.พรรคการเมือง ฝากนายกฯพิจารณาข้อเสนอให้รอบคอบ