สู่ปีที่ 41 โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

เป็นเรื่องปกติของกอง บก.มติชน พอใกล้ปีใหม่ ต้องเตรียมงานสำคัญ 2 งาน คือ เนื้อหาสำหรับปีใหม่และฉบับวันเกิด 9 มกราคม

ปีนี้มติชนเดินเข้าสู่ปีที่ 41 หรือขึ้นทศวรรษที่ห้าแล้ว

เป็นก้าวย่างที่น่าจะมีสีสันและมีเรื่องน่าสนใจไม่น้อย

เพราะงานของสื่อ ถ้าแยกออกจากเหตุการณ์บ้านเมือง เนื้อหาที่จะส่งต่อให้ผู้อ่าน คงไม่เป็นประโยชน์นัก

ปี 2561 เป็นปีที่มีความสำคัญโดยรวม เพราะ คสช.ประกาศนำประเทศเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน กลับสู่ระบบปกติโดยจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561

ตอนที่นายกฯกล่าวถึงการเลือกตั้ง ได้บอกด้วยว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ จะประกาศวันเลือกตั้ง

ถ้าเป็นไปตามนั้น เดือน มิ.ย.ก็จะทราบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะได้ออกไปลงคะแนนเลือกตั้งวันไหนของเดือน พ.ย.2561

แต่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามวันเวลาที่ว่าหรือไม่ ยังสรุปชัดไม่ได้ เพราะนายกฯเพิ่งกล่าวไปเมื่อวันสิ้นปีว่า ถ้าไม่สงบ ก็ไม่เลือกตั้ง

เรียกว่า ยังมีปัจจัยและเงื่อนไขอีกหลายข้อ ที่ต้องพิจารณา

ขณะที่หลายๆ เสียง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักการเมือง แสดงความเห็น ทำนองว่า การเลือกตั้งในปีนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปตามใจของรัฐบาลอีกแล้ว

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปีเศษ นับจากวันยึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 การเลือกตั้ง กลายเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีขึ้นแล้ว 

ไม่ว่าจะอยากให้เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม

เหตุผลที่ว่า ทำไมจะต้องเลือกตั้ง ที่จริงข่าวสารในมติชนรายวันและออนไลน์ ได้นำเสนออยู่เป็นประจำ

ที่ต้องเลือกตั้งไม่ใช่เพราะว่า นักการเมือง “อยาก” หรือคนโน้นคนนี้ รวมถึงสื่อ “อยาก”

การเลือกตั้งไม่ได้ขึ้นความปรารถนาของใคร แต่คือความจำเป็นในการขับเคลื่อนบ้านเมือง

ใน 3 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยส่วนหนึ่งผิดหวังกับการเมือง แล้วเห็นพ้องให้ยุติระบบปกติ ที่บางท่านบอกว่า หยุดซ่อมแซม โดยให้ผู้ใช้อำนาจพิเศษเข้ามาทำหน้าที่นั้น 

คนอีกส่วนหนึ่งแม้ไม่เห็นด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และเฝ้ารอดูว่า จะเกิดผลอย่างไร

จนกระทั่งมาถึงจุดที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบอกว่า ภายใต้อำนาจพิเศษ คสช.ได้ใช้ “กองหนุน” ไปเกือบหมด

นัยยะที่แท้จริงมุ่งไปที่จุดไหนก็แล้วแต่ แต่ข้อเท็จจริงคือ การบริหารด้วยอำนาจพิเศษรอบนี้ ใช้เวลายาวนานมาก

หลายอย่างดีขึ้น แต่อีกหลายอย่างไม่ดีขึ้น และอีกหลายเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตประเทศ ไปต่อไม่ได้

ขนาดผู้สนับสนุนยังเปลี่ยนท่าที ถ้าจะไปต่อ อาจสร้างความเสี่ยงให้กับประเทศและสังคมส่วนรวม 

จนน่าคิดว่า การบริหารลักษณะนี้ มาสุดทางแล้วหรือยัง

ถึงเวลาจะต้องกลับไปสู่ระบบที่เคยอยู่กันมาก่อน คือ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกตัวแทนฯ แล้วไปหานายกฯตามระบบ

ใครเป็นนายกฯก็ยืดอกพูดได้ว่ามาจากประชาชน

บริหารงานผิด ตัดสินใจพลาด นาฬิกาเยอะไป แหวนวูบวาบไป ประชาชนวิจารณ์ได้ มีกลไกตรวจสอบ

ไม่ไหวจริงๆ ก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่

ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งผู้บันทึกและรายงานความเป็นไปของบ้านเมือง

หวังว่าในก้าวสำคัญสู่ปีที่ 41นี้ จะได้สื่อสาระดีๆ ข่าวดีของบ้านเมืองไปสู่ผู้อ่าน 

………………..

วรศักดิ์ ประยูรศุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อสส.’ชูปี2561มุ่งคุ้มครองสิทธิ ไม่ฟ้องผู้บริสุทธิ์ ไม่ก้ำกึ่งแล้วฟ้อง
บทความถัดไป“บิ๊กตู่”รับไม่พูดชัดเป็นนายกฯคนนอก-เล่นการเมืองเหตุจะตัดทางตัวเอง