ผงะ!พบ‘อุปกรณ์ผจญเพลิงเก่า-สถานีดับเพลิงทรุดโทรม’พบชุดดับเพลิงไม่ได้ซักมา2ปี!

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการพัฒนาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกทม. ต่อที่ประชุมสภากทม. ซึ่งมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.และผู้บริหารกทม.ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายสมบูรณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการลงพื้นที่ศึกษาของคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของรถดับเพลิง เรือดับเพลิง อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดับเพลิง และสภาพอาคารสถานีดับเพลิง พบอาคารบางแห่งที่ได้ก่อสร้างเป็นเวลานาน เกิดความเสื่อมโทรม ระบบสาธารณูปโภคชำรุด อาคารของทุกสถานีดับเพลิงมีความแออัด ชุดและอุปกรณ์ผจญเพลิงอยู่ในสภาพเก่า บางแห่งไม่ได้ชำระล้างสิ่งสกปรกมากว่า 2 ปี และทุกสถานีประสบปัญหาขาดแคลนรถปิ๊กอัพและเครื่องจับสัตว์ จำพวกงู ตะกวด สุนัขและแมว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโดยกองโรงงานช่างกล พบว่า ปัจจุบันมีรถดับเพลิงและรถกู้ภัย สำหรับใช้งานของกองปฏิบัติการดับเพลิง 1-4 จำนวน 874 คัน อยู่ในสภาพสามารถใช้งานได้ดีและจำเป็นต้องใช้ 88 คัน พอใช้ได้และจำเป็นต้องใช้ 340 คัน ใช้ไม่ได้แต่จำเป็นต้องใช้ 232 คัน พอใช้ได้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ 11 คัน และรถที่ใช้ไม่ได้และไม่จำเป็นต้องใช้ 214 คัน ส่วนเรือดับเพลิงทั้งหมด 31 ลำ ใช้งานได้ดี 3 ลำ พอใช้ได้ 7 ลำ ใช้การไม่ได้ 21 ลำ เช่นเดียวกับการการเพิ่มสถานีดับเพลิงให้ครบทุกสำนักงานเขตเป็นอย่างน้อย

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งเสนอให้ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้มีสภาพดีขึ้น, สำรวจพื้นที่สำหรับก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสมและเพียงพอ, ซ่อมเรือดับเพลิง 10 ลำ, จัดหาสถานที่ก่อสร้างสถานีดับเพลิงและสถานีกู้ภัยทางน้ำเพิ่มเติม, จัดซื้ออุปกรณ์ผจญเพลิงตามความจำเป็น, เครื่องซักชุดผจญเพลิง และบริหารสัญญาณเช่าสถานที่ อาทิ สถานีดับเพลิงพญาไท สวนมะลิ ตลิ่งชัน และหัวหมาก ควรเปลี่ยนสัญญาเช่าเป็นของกทม.และให้พิจารณากำหนดจำนวนรถดับเพลิงของสถานีดับเพลิงแต่ละแห่งให้ชัดเจน โดยให้แบ่งเป็น 3 ระดับ สถานีขนาดใหญ่ สถานีมาตรฐาน และสถานีย่อย นอกจากนี้ เห็นควรขนย้ายรถที่ใช้การได้และไม่ได้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ จำนวน 225 คันออกจากสถานีดับเพลิงไปไว้ที่อื่นเพื่อรอจำหน่ายต่อไป

“รถดับเพลิงบางคันภายหลังได้รับมอบจากกรมตำรวจ ผ่านมา 15 ปีพบยังไม่ถูกนำมาใช้งานแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนทางสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังไม่ได้รับงบประมาณในการซ่อมแซมทำให้รถเสื่อมสภาพ แต่สำนักป้องกันฯ จะได้รับงบประมาณสำหรับการซ่อมบำรุงเมื่อรถชำรุดแล้วเท่านั้น” นายสมบูรณ์กล่าว

ด้านพล.ต.อ.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า อุปกรณ์และสถานีดับเพลิงมีความพร้อมในการใช้งาน แต่ขาดการดูแล ดังนั้น กทม.จะมอบหมายให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปผลสำรวจเพื่อนำไปแก้ไข โดยจะแก้ไขปัญหาเรื่องจำเป็นเร่งด่วนก่อน และจะขอจัดสรรงบประมาณซ่อมแซม บำรุงส่วนอื่นต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon