“ตำรวจต้องทำได้แม้ในสถานการณ์งี่เง่า” เปิดใจ ‘ผบช.ภ.1’ คอร์สเคี่ยว 134 หน.โรงพัก เพราะห้ามย้ายไม่ได้ แต่สร้างผลงานได้!

พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1
“เป็นตำรวจเราย้ายเมื่อไหร่ไม่รู้ เลือกไม่ได้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน แต่เมื่อเป็นผู้กับฯแล้ว ได้เป็นหัวหน้าสถานี สำคัญว่าต้องไปทำอะไร ไปสร้างอะไรไว้บ้าง เราไม่รู้หรอกว่าเราอยู่ในตำแหน่งนี้อีกเมื่อไหร่ แต่เรารู้ ว่าเราได้ทำอะไร สร้างอะไรไว้บ้าง เมื่อเราย้ายไป คนยังจำได้ว่านี่คือสิ่งที่ผู้กำกับฯ คนนี้สร้างไว้ ไม่สร้างวัตถุ ก็ต้องสร้างระบบไว้ นั่นคือสิ่งที่เราทำ เป็นตำรวจ เราห้ามการโยกย้ายไม่ได้ แต่เราสร้างอะไรไว้ได้ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนั้น ” 

เจ้าของนามเรียกขาน “เอราวัณ1”  บิ๊กปั๊ด’พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) บอกเล่าถึงความสำคัญในการจัดคอร์สติวเข้ม หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดภาค 1 พื้นที่ปริมณฑลและ จังหวัดภาคกลาง 134 นาย จัดแคมป์พิเศษเข้าโรงเรียนกินนอน 6 วัน 5 คืน ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 จ.สระบุรี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 28 มีนาคม จับหัวหน้าสถานีฯตั้งแต่ผกก. ถึงสารวัตร เข้าโรงเรียนนายสิบ กิน อยู่ เรียน หลับนอนตามแบบนายสิบตำรวจ คล้ายนับหนึ่งใหม่ ฝึกทบทวนการทำงานรับผิดชอบในการบริหารงาน ทุกสายงานในโรงพัก เรียนรู้เข้าใจวิถีนายสิบ ผู้ใต้บังคับบัญชาเซล์สำคัญของตำรวจไทย เพื่อเข้าใจ สามารถแก้ไขปัญหาโรงพักและกำกับดูแลงานในโรงพัก

บิ๊กปั๊ด เล่าว่า วันนี้ปิดคอร์สอบรมเรียบร้อยแล้ว  แต่ก่อนส่งตัว หัวหน้าโรงพักทุกนายกลับไปทำหน้าที่ได้ให้ ผู้อบรมทุกนายเขียนความในใจ เขียน “เป้าหมาย” ความตั้งใจว่าเมื่อเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจแล้วจะไปทำอะไรบ้าง เล็กๆน้อยๆ ปรับปรุงภูมิทัศน์ก็ได้ ปรับระบบงานในโรงพัก จับกุม กวาดล้าง จัดโครงการอาหารกลางวันให้ลูกน้อง จัดสวัสดิการ หรือสร้างอะไร บางคนบอกจะสร้างแฟลตสักหลัง ให้ทุกคนเขียนความตั้งใจและวิธีการว่าจะทำอย่างไร ทำเองไม่ได้แสวงหาความร่วมมืออย่างไร จุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายว่าจะทำอะไร ก็เพื่อให้ทุกคนได้ไปสร้างแม้เล็กน้อยแต่ได้ชื่อว่าเมื่ออยู่ในตำแหน่งหน้าที่หัวหน้าโรงพักได้ทำไว้ เขียนไว้เพื่อมีเป้าหมายต้องทำ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.บรรยายพิเศษ ในวันเปิดการอบรม

ผบช.ภ.1 บอกว่า การให้หัวหน้าสถานีทั้ง 134 นายมาเข้าคอร์ส นอกจากการให้ความรู้ ทุกคนได้เรียนรู้แล้ว ตนที่เป็นผู้บังคับบัญชาได้รู้จักลูกน้องด้วย ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร

“ผมเอาทุกคนมากินนอนลำบาก บางคนบอกว่ามันไม่โอเคเพราะต้องกินนอนลำบาก นอนในโรงนอน กินก็ไม่ได้สะดวกสบาย บางคนว่าสิ่งที่ให้ทำมันงี่เง่า แต่นี่แหละคือสิ่งที่ผมจะสอน และได้เรียนรู้ลูกน้อง ผมเห็นเขาจัดที่นอน บางคนเรียบร้อยมาก บางคนรกเลย บางคนทำอะไรง่ายๆ เราก็พอดูออกแล้วว่าโรงพักของเขาจะเป็นอย่างไร บางคนว่าเอามาอยู่แบบนี้ไม่สะดวกสบาย มันงี่เง่า เราสร้างสถานการณ์ที่งี่เง่าให้ แต่บางคนที่คิดอีกแบบจะมองข้ามความงี่เง่าไปหมด ไม่สนใจ เมื่อเจอความไม่สบาย เจอปัญหา มองข้าม แต่คิดว่าจะดำเนินการ การแก้ปัญหา จัดการกับเรื่องที่เจออย่างไร ผสานอย่างไร อย่าลืมว่าเราเป็นตำรวจ เราต้องเจอเรื่องงี่เง่า ไม่ได้ดั่งใจมากมาย แต่เราจะดำเนินการกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความงี่เง่านั้นให้ได้ จัดการให้ดีได้อย่างไร นี่สิต้องเรียนรู้” พล.ต.ท.สุวัฒน์ เล่าถึงแนวคิด

และว่า การที่ทุกคนผ่านการอบรมนี้ ตนรู้จักลูกน้องจากหลายๆอย่างที่ให้ทำ เช่นวันแรกที่อบรมแจกสมุดจดให้คนละเล่ม ก่อนปิดการอบรม ให้เขียนความในใจสิ่งที่ตั้งใจทำเมื่อกลับไปทำงานในสมุดนั้น แล้วก็ขอเก็บสมุดจดของทุกคนไว้ โดยแต่ละคนไม่ทราบว่าสมุดนั้นจะต้องส่งมาที่ผบช.

“บ่ายนี้ผมยังหยิบมาอ่านดูว่าแต่ละคนเขียนอะไรกันบ้าง ก็ได้เห็นว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร  สิ่งที่ต้องการบอกหัวหน้าสถานีทุกคนคือทุกคนต้องเรียนรู้และรู้จักลูกน้องเพราะต้องใช้งานเขา ในโรงพักมีคนหลายแบบ ต้องรู้ลูกน้องคนนี้เก่ง ดี จุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร เมาทุกวัน มีหนี้ ครอบครัวดี หรือมีปัญหาอะไร ต้องเรียนรู้ว่าคนไหนเก่งและเชื่อฟัง คนไหนเก่งแต่ดื้อ คนไหนไม่เก่งแถมไม่ฟัง คนไหนฟังแต่ดันไม่เก่ง รู้คนเพื่อป้องกันปัญหา เพราะในโรงพักมีเรื่อง มีคำสั่งต้องดำเนินการมากมายเพื่อดูแลความสงบสุข ดูแลประชาชน หัวหน้าโรงพักต้องบริหารคน ออแกไนซ์งานในโรงพักให้ได้ ล่าสุดมีกรณีเกิดขึ้นที่โรงพักหนึ่ง ผมมองว่าปัญหาคือหัวหน้าไม่ใส่ใจไม่รู้จักลูกน้อง ออแกไนซ์งานไม่ได้ ปัญหาเกิด ผมให้ใบเหลืองผกก.คนนั้นไปแล้ว”
บรรยากาศโรงนอน ในโรงเรียนนายสิบ ส่วนหนึ่งคอร์สติวเข้ม หัวหน้าโรงพักภาค 1

ผบช.ภ.1 บอกด้วยว่า ในการอบรม ให้หัวหน้าโรงพัก 134 นาย ไปท่อง ทำความเข้าใจ แจกคำถาม คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายจราจร แล้วสอบวัดความจำและเข้าใจ ก่อนปิดอบรมมี 20 นายที่สอบไม่ผ่าน วันนี้จึงเรียกมาสอบ มีอีก 3 นายไม่ผ่าน ผ่านของตนต้องตอบได้หมดทุกข้อเพราะให้ไปท่องแล้ว นี่คือสิ่งที่หัวหน้าโรงพักทุกคนต้องแม่นยำ เดี๋ยวให้อีก 3 นายมาสอบใหม่ จนผ่าน และอีก 3-4 เดือนจะให้หัวหน้าสถานีทุกคนมาสอบอีกครั้ง

“คราวนี้จะต้องสอบการตอบคำถามที่ตำรวจมักได้รับจากประชาชน เป็นเรื่องของกฎหมาย ความไม่เข้าใจการบังคับใช้กฎหมาย โดยคำถามผ่านการศึกษาวิจัยโดยคณาจารย์มหาวิทยาลัยมาแล้ว เป็นคำถามที่หัวหน้าสถานีตำรวจทุกคนต้องทราบ ต้องตอบตรงกันเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมศึกษา อีก 3-4 เดือนจะเรียกมาสอบอีกครั้ง” พล.ต.ท.สุวัฒน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ทิ้งท้ายเผยถึงโปรเจ็คส์ต่อไป เพื่ออัพเกรดคุณภาพทีมตำรวจภาค 1

 

บทความก่อนหน้านี้สะท้อนพระปรีชา ทรงยอมผ่อนธรรมเนียม-หวังใช้ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส คานอำนาจ ‘ฮอลันดา’
บทความถัดไปผงะ!! ค้นหอพัก รวบหนุ่มพร้อมยาบ้าเกือบ 5 แสนเม็ด คุมตัวเร่งขยายผล