“ทรูฯ”ทุ่ม3.6พันล.ลงทุนเคเบิ้ลใต้น้ำ-มั่นใจหลังเปิดใช้ต้นทุนเน็ตลดลง

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มทรูได้ตั้งงบร่วมลงทุนในโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ เอสเจซีทู ประมาณ 3,600 พันล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในช่วง 15 ปี นับจากปีนี้เป็นต้นไป โดยจะมีความจุทั้งสิ้น 18 เทราไบต์ต่อวินาที แบ่งเป็น การเชื่อมต่อไปสิงคโปร์ 9 เทราไบต์ต่อวินาที และการเชื่อมต่อไปฮ่องกงอีก 9 เทราไบต์ต่อวินาที จากปัจจุบันบริษัทมีความจุเพียง 1 เทราไบต์ต่อวินาที และมีการใช้งานอยู่ที่ 800 กิกะบิต

นายวิเชาวน์ กล่าวว่า ระบบเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงดังกล่าวมีความจุสูงสุดถึง 8 คู่ใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ แพ) ที่รองรับความจุ 144 เทราไบต์ต่อวินาทีเมื่อเริ่มต้น ซึ่งเทียบเท่าการทำสตรีมมิ่งวิดีโอความละเอียดสูงถึง 5.76 ล้านวิดีโอต่อวินาที ทำให้สามารถรองรับการใช้งาน วีดิโอสตรีมมิ่ง, วิดีโอระดับความคมชัดสูง, แอปพลิเคชั่นเสมือนจริง, การสื่อสารในระบบ 5จี, ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ), ระบบคลาวด์, การวิเคราะห์ข้อมูล, หุ่นยนต์ และ อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที)

นายสุพจน์ มหพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือกับพันธมิตร ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเคเบิ้ลใต้น้ำระดับโลก จะช่วยตอบโจทย์ในการนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และแผนการขยายเกตเวย์ของกลุ่มทรู เนื่องจากสามารถเพิ่มขนาดแบนด์วิธได้ และทำให้เครือข่ายเกตเวย์มีความหลากหลาย และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

นายสุพจน์ กล่าวว่า คาดว่า ในอนาคตเทคโนโลยีจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งการลงทุนในโครงการดังกล่าว ถือเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยมองว่าหลังจากที่โครงการเคเบิ้ลใต้น้ำดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 จะส่งผลให้ต้นทุนอินเตอร์เน็ตต่อหน่วยปรับตัวลดลงอย่างแน่นอน และยังช่วยให้ต้นทุนอินเตอร์เน็ตของผู้บริโภคลดลงไปด้วย รวมถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ระหว่างประเทศก็มีความง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริษัทเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บอลลูนตกกระแทกหลังคาโก เจ็บ 8 ราย
บทความถัดไปย้ำ! ‘ต่างด้าว’ ลงทะเบียนออนไลน์ ทำประวัติ-ขออนุญาตภายใน30มิ.ย.