ฟิสิกส์ธรรมดา สาระมันส์ การเดินทางรอบโลกครั้งแรก โดย : อาจวรงษ์ จันทมาศ

(ดูภาพที่ 1)

ย้อนกลับไปราวๆ 500 ปีก่อน
ทรัพยากรธรรมชาติที่โลกในยุคนั้นต้องการจนพร้อมจะทำสงครามเพื่อแย่งชิงไม่ใช่น้ำมัน แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าเครื่องเทศ

(ดูภาพที่ 1)

เครื่องเทศ คือ เมล็ด ผล ราก หรือเปลือกของพืช อย่างเช่น กานพลู อบเชย จันทน์เทศ พริกไทยดำ ฯลฯ ซึ่งผู้คนแต่ละท้องถิ่นมีการนำเครื่องเทศไปใช้ประโยชน์แตกต่างกันออกไป ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ใช้ในการประกอบอาหารให้มีกลิ่นหอม (ลองนึกถึงอาหารที่ปราศจากเครื่องเทศสิครับ รับรองว่าจืดจางลงไปมาก) เครื่องเทศหลายชนิดใช้ในการถนอมอาหารได้ดีเยี่ยม ถึงขั้นที่ชาวอียิปต์ยุคโบราณมีการนำเครื่องเทศมาเป็นส่วนผสมในการทำมัมมี่ไม่ให้เน่าเปื่อย เครื่องเทศบางอย่างใช้เป็นยารักษาโรค รวมทั้งใช้ในการสร้างกลิ่นหอมและใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา

พูดง่ายๆ ว่าเครื่องเทศนั้นเป็นของสารพัดประโยชน์ที่โลกโดยเฉพาะประเทศฝั่งยุปโรปต้องการมาก

ในยุคนั้นเป็นยุคที่สเปนและโปรตุเกสเรืองอำนาจ ทั้งสองประเทศนี้มีการทำข้อตกลงอย่างชัดเจนว่าดินแดนหรือเกาะที่ค้นพบใหม่นอกยุโรปนั้นจะตกเป็นของใคร ผลปรากฏว่าสเปนนั้นเดินเรือไปทางตะวันตก ไปค้นพบทวีปอเมริกา ส่วนโปรตุเกสนั้นเดินเรือลัดเลาะชายฝั่งมาทางตะวันออก มาทางแอฟริกา แล้วตัดเข้ามาที่อินเดีย ซึ่งทำให้โปรตุเกสได้ค้นพบหมู่เกาะมหาสมบัติเข้าครับ มันคือ หมู่เกาะเครื่องเทศ (spice islands) ซึ่งในปัจจุบันเรารู้จักในชื่อหมู่เกาะโมลุกกะ ในประเทศอินโดนีเซียนั่นเอง ต้องบอกว่าการค้นพบนั้นเป็นมหาสมบัติจริงๆ เพราะว่าประเทศในยุโรปนั้นมีอากาศเย็นและไม่เหมาะต่อการปลูกเครื่องเทศ การได้มาซึ่งเครื่องเทศจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นี่เดินเรือมาพบเข้าก็ต้องบอกว่าโปรตุเกสเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้แบบโดยตรง

(ดูภาพที่ 2)

(ดูภาพที่ 2)

ในช่วงนั้นมหาอำนาจทั้งสองได้สร้างเส้นแบ่งเขตแดนที่แบ่งโลกเป็นสองซีก คือ ซีกตะวันตกและซีกตะวันออก ขาดจากกันชัดเจน โดยสเปนครอบครองโลกซีกตะวันออกของแผนที่โลก ส่วนโปรตุเกสครอบครองดินแดนฝั่งตะวันตกไป

เรื่องมันน่าจะจบลงด้วยดีเพราะเมื่อแบ่งดินแดนกันชัดเจนแล้ว ต่างฝ่ายก็น่าจะแยกย้ายไปกอบโกยทรัพยากรในดินแดนฝั่งของตนกันไป แต่เรื่องมันดันไม่จบครับ เพราะการเดินเรือของชายคนหนึ่งเป็นเหตุ

เขาเกิดมาเป็นชาวโปรตุเกส ทำงานเป็นนักเดินเรือรับใช้ทางการของโปรตุเกสอย่างสุดชีวิตหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งเขาได้รับบาดเจ็บที่ขาในสงครามที่โมร็อกโกส่งผลให้เขาต้องเดินกะเผลกไปตลอดชีวิต ทว่าเมื่อเขากลับมายังโปรตุเกสกลับไม่ได้รับเหรียญหรือรางวัลใดๆ นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่าลอบทำการค้าขายผิดกฎหมายอีกต่างหาก แม้ว่าหลังจากนั้นข้อกล่าวหาดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง แต่ทางการของโปรตุเกสไม่ไยดีเขาแล้ว อีกทั้งไม่มีการสนับสนุนและให้เขาได้ทำงานเดินเรืออีก

เจอแบบนี้เข้า เขาจึงไปขอความสนับสนุนและรับใช้ประเทศสเปนแทน ด้วยการเสนอกับทางสเปนว่าจะพากองเรือสเปนไปยังเกาะเครื่องเทศด้วยการเดินทางเรือไปทางตะวันตกให้ได้ เรื่องราวมันเริ่มจากตรงนี้แหละครับ เพราะสเปนได้ให้ความสนับสนุนเขาเป็นอย่างดี

ชายผู้นี้มีนามว่า เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน (Ferdinand Magellan)

การไปเสนอกับสเปนแบบนี้นับเป็นเรื่องที่บ้าบิ่นและเสี่ยงตายมากมาก เพราะในสมัยนั้น มนุษย์เรายังไม่มีการทำแผนที่โลกที่ละเอียดแม่นยำอย่างทุกวันนี้ อย่าว่าแต่แม่นยำเลยครับ คนสมัยนั้นยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าโลกกลมจริงหรือเปล่า? และที่สำคัญคือ คนเดินเรือไม่มีวิธีการระบุที่ชัดเจนว่าตอนนี้เรืออยู่ตรงส่วนไหนของโลกกันแน่ การเดินเรือออกสู่มหาสมุทรกว้างใหญ่นั้นมีโอกาสตายมากกว่ารอดอย่างมาก การเดินเรือแบบปลอดภัยที่คนสมัยนั้นทำคือการพยายามลัดเลาะชายฝั่งไปเรื่อยๆ แต่มาเจลลันต้องออกเรือผ่านอเมริกาเพื่อเข้าสู่มหาสมุทรที่ไม่เคยมีชาวยุโรปคนไหนเคยเห็นมาก่อน

ย้อนกลับมาที่เส้นแบ่งเขตแดนของโปรตุเกสและสเปนนิดหนึ่งครับ เนื่องจากสมัยนั้นมนุษย์เรายังไม่มั่นใจว่าโลกกลมหรือไม่ ดังนั้นการใช้เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างตะวันตกและตะวันออก จึงถือว่าสมเหตุสมผลและใช้การได้ดีเพราะไม่มีใครรู้ว่าสุดขอบแผนที่มีอะไรรออยู่ และไม่เคยมีใครคิดเดินทางเลยออกไปตรงนั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป อาทิตย์หน้าครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รัสมี เวระนะ ‘อิสานโซล’ กับ ความท้าทายครั้งใหม่ ‘สรรเสริญหมอลำ’
บทความถัดไปที่เห็นและเป็นไป : ‘ยินดี’แม้ยังมีปัญหา