ถอดกม.คุมเงินดิจิทัล-ธปท.เผยต้องรอก.ล.ต.ออกประกาศเกณฑ์คุม

้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ระบุถึงการกำกับและควบคุมการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลและการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีหน้าที่และอำนาจวางนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนา ตลอดจนกำกับและควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามที่บัญญัติไว้ในพ.ร.ก.นี้ โดยหน้าที่และอำนาจดังกล่าวให้รวมถึง 1.การออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล และการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2.การกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาต การอนุญาต คำขอความเห็นชอบ การให้ความเห็นชอบ การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี การยื่นคำขอต่างๆ หรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบ 3.การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการบังคับใช้พ.ร.ก.นี้ และ 4.การปฏิบัติการอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพ.ร.ก.นี้

และในหมวด 3 การเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน มาตรา 17 ได้ระบุว่า การเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่ต่อประชาชน ผู้ออกโทเคนดิจิทัลที่ประสงค์จะเสนอขายโทเคนดิจิทัลดังกล่าว ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานก.ล.ต. และให้กระทำได้เฉพาะนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดและต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานก.ล.ต. โดยมีรายละเอียดตามที่สำนักงานก.ล.ต.ประกาศกำหนด

นอกจากนี้ในพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ได้ระบุถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การลงโทษทางแพ่งและอาญา ตลอดจนบทเฉพาะกาล มาตรา 100 ที่ระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้ประกอบธุรกิจอยู่ในวันก่อนที่พ.ร.ก.นี้ใช้บังคับ และเป็นธุรกิจที่ต้องขออนุญาตตามพ.ร.ก.นี้ หากจะดำเนินกิจการต่อไปให้ยื่นคำขออนุญาตตามที่บัญญัติไว้ในพ.ร.ก.นี้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พ.ร.ก.นี้มีผลบังคับใช้ และเมื่อได้ยื่นคำขออนุญาตแล้วให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต


และมีการประกาศ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2561 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกันโดยเฉพาะในเรื่องภาษีเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล หรือการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ได้กำหนดให้เก็บภาษี 15% จากผลกำไร

อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าว นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้กฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ทางธปท.จะต้องรอคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าจะมีการออกประกาศรายละเอียดในการทำธุรกิจดังกล่าวออกมาอีกครั้ง