‘กอบศักดิ์’ร่วมต้อนรับนักธุรกิจเกาหลี-ชวนสร้างประวัติศาสตร์การลงทุนกับไทย(มีคลิป)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เปิดเผยในระหว่างเป็นประธานการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และองค์กรส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพของสาธารณรัฐเกาหลี (โคเรียไบโอ) ณ ห้องกมลทิพย์ บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ว่า ในนามรัฐบาลไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งและขอขอบคุณที่มาร่วมงานในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ที่มีผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนจากเกาหลีใต้มากถึง 180 คน เดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างไรก็ตามขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน และ Markyung Media Group สำหรับความช่วยเหลือและประสานงานอย่างดียิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ในการนำคณะเดินทางมาเยือนประเทศไทย ซึ่งตลอด 2 วันนี้จะมีการจัดกิจกรรมสำคัญต่างๆ เพื่อรับการมาเยือน ซึ่งสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 60 ปีแล้ว

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันสาธารณรัฐเกาหลีได้กลายเป็นประเทศต้นแบบของการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล ซึ่งประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้นำมาเป็นแบบอย่าง เห็นด้วยอย่างยิ่งที่สาธารณรัฐเกาหลีได้ถูกขนานนามว่า เป็นปาฎิหาริย์แห่งแม่น้ำฮัน ซึ่งเชื่อว่าหากเรานำแนวทางของเกาหลีมาเป็นแบบอย่าง ประเทศไทยจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ในปี 2560 ที่ผ่นมาการค้าระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12,724 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.04% ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 และหวังว่าอันดับคู่ค้านี้จะสูงขึ้นอีกในอนาคต และขอเพิ่มเป็นอีกเท่าตัว หรือประมาณ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ


นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ด้านการลงทุนจากสาธารณรัฐเกาหลีในประเทศไทยในช่วง 7-8 ปีมี่ผ่านมา มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวมทั้งสิ้น 238 โครงการ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 38,838.1 ล้านบาท หรือประมาณ 1,234.37 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่หากเทียบกับศักยภาพทางด้านอุตสาหกรรมของสาธารณรัฐเกาหลีแล้ว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังถือว่าการลงทุนจากสาธารณรัฐเกาหลีในประเทศไทยมีน้อย โอกาสการลงทุนในประเทศไทยจึงถือว่ายังมีอีกมาก สำหรับนักลงทุนจากสาธารณรัฐเกาหลี อย่างไรก็ตามในปี 2560 ไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทั้งจาก IMD และ WEF ในทิศทางที่ดีขึ้น และยังได้รับการจัดอันดับจาก US News ว่า เป็นประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ และอยู่ในอันดับ 8 ของประเทศที่น่าลงทุนที่สุดในโลก ผลงานนี้เกิดจากการทำงานอย่างหนักของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

“รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการคมนาคม และการขนส่งของประเทศ ทั้งถนน การพัฒนาสนามบิน การสร้างรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าทางคู่ เชื่อมโยงเหนือ-ใต้ ตะวันออก-ตะวันตก จะมีการขยายระบบโลจิสติกส์ในจุดสำคัญต่างๆ ของประเทศ เพราะพื้นที่สำคัญของไทยที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในขณะนี้ คือ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งรัฐบาลไทยตั้งใจพัฒนาต่อยอกจากโครงการ Eastern Seaboard เดิม เพื่อเป็นฐานรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เน้นการเพิ่มมูลค่า นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนท่านทั้งหลายมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งกับประเทศไทย ขอยืนยันว่า จะดูแลพวกท่านทั้งหลายอย่างดีที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี จะได้เป็นหุ่นส่วนทางเศรษฐกิจที่จะยังประโยชน์แก่ประชาชนของเราทั้งสองประเทศสืบไป” นายกอบศักดิ์ กล่าว