จนท.เปิดปากท่อนำสายไฟลงดิน หนุ่มเคราะห์ร้ายไม่ทันมอง ขี่ จยย.ตกท่อลึก 9 เมตร

26.05.18 | 08:25 น.

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้งได้รับแจ้งเหตุชายขับรถจักรยานยนต์ตกลงไปในบ่อพักสายไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณแยกผังเมือง แขวงและเขต กทม. จึงได้ประสานแจ้งมูลนิธิกู้ภัยนำอุปกรณ์โรยตัวเข้าพื้นที่เพื่อลงไปช่วยผู้บาดเจ็บ


ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนศูนย์วัฒนธรรม บริเวณหน้าเต็นท์รถหนานเมือง ที่เลนซ้ายสุดพบเป็นพื้นที่ปฏิบัติงาน มีการนำแผงเหล็ก กรวยส้ม พร้อมหลอดไฟส่องสว่าง มากั้นพื้นที่เพื่อดำเนินงานเอาสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งบ่อพักสายไฟฟ้าที่ได้ทำการเปิดฝาคอนกรีตทิ้งไว้เพื่อรอการปฏิบัติงาน ที่ด้านล่างพบนายวิษณุ ดีเลิศ อายุ 26 ปี และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำแดง ไม่ทราบทะเบียน ตกลงไปอยู่ด้านล่าง พร้อมร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงได้นำอุปกรณ์โรยตัวมาติดตั้งเพื่อช่วยนายวิษณุขึ้นมา ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถนำร่างของนายวิษณุขึ้นมาได้ เบื้องต้นพบว่า ศีรษะแตก และขาขวาหักผิดรูป จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ปิยะเวช เพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถาม นายมนูญ มะสิกา อายุ 50 ปี ผู้ควบคุมงาน ทราบว่า ปกติพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในช่วงการนำสายไฟฟ้าลงดิน จึงต้องมีการปิดพื้นผิวจราจรจำนวน 2 เลน ตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. ซึ่งในระหว่างทำงานนั้นก็ต้องทำการเปิดฝาบ่อพักสายไฟฟ้าไว้ซึ่งมีความลึกประมาณ 9 เมตร ช่วงเกิดเหตุคนงานได้ไปช่วยกันต่อท่อสายไฟที่ห่างออกไปจากบ่อพักไฟฟ้าประมาณ 140 เมตร แต่จะมีลูกน้องของตนเดินไปมาระหว่าง 2 จุด อยู่เป็นระยะ ต่อมาลูกน้องพบว่าที่ปากบ่อมีหมวกกันน็อคตกอยู่ จึงรีบเรียกกันมาช่วยดู และนำสปอตไลท์ส่องลงไปด้านล่างก็พบนายวิษณุ และรถจักรยานยนต์ตกลงไปด้านล่างพร้อมกับขอความช่วยเหลือ จึงรีบแจ้งมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ทั้งนี้ ขณะปฏิบัติงานนั้นได้มีการนำแผงเหล็ก และกรวยยางมากั้นโดยรอบพื้นที่แล้ว แต่คาดว่านายวิษณุน่าจะขับรถจักรยานยนต์จากแยกผังเมืองมุ่งหน้าศูนย์วัฒนธรรม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ขับผ่ากรวยและแผงเหล็กเข้าไป จนชนเข้ากับฝาท่อที่เปิดวางไว้ก่อนจะตกลงไปด้านล่าง ซึ่นตนเองไม่รู้ว่านายวิษณุอยู่ในอาการมึนเมาหรือไม่ แต่หลังจากที่ช่วยผู้ประสบเหตุขึ้นมาสอบถามยังให้การไม่รู้เรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นนายวิษณุยังไม่สามารถให้การใดๆ ได้ จึงอาจจะต้องรอให้ทำการรักษาตัวก่อน ส่วนจะมีอาการมึนเมาหรือไม่นั้นต้องรอผลการตรวจจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

Advertisement