นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊คเบิกไพรโพสต์ ข้อความ “คุณกำลังฆ่ากวางที่เขาใหญ่หรือเปล่า ?” เนื้อหาได้กล่าวถึงนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาพักแรมโดยเฉพาะที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง โดยนำวัตถุดิบเครื่องปรุงมาประกอบอาหารและวางทิ้งไว้นอกเต็นท์ทั้งขยะและอุปกรณ์การทำอาหาร ตกกลางดึกจะมีกวางออกมาลื้อกินอาหารหรือเศษอาหารแล้วหลงกินถุงพลาสติกหรือภาชนะใส่อาหารเข้าไปด้วย ซึ่งจะทำให้กวางติดเชื้อโรคที่มาจากมนุษย์อีกทางหนึ่ง เพจดังกล่าวได้โพสต์รูปกวางร่างกายซูบผอม ขนร่วง นอนซมอยู่บนลานหญ้าที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุมีอยู่ 2 อย่าง คือเมื่อนักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์นอนพักแรมนำถุงพาสติกใส่อาหารมา ทำกับข้าวกิน เมื่อเสร็จแล้วเก็บวางไว้นอกเต็นท์ไม่ยอมเก็บไปใส่จุดที่ทิ้งขยะที่มีโรงเก็บที่มีตาข่ายลวดป้องกันสัตว์ ทำให้กวางที่หากินรอบบริเวณตลอดทั้งวันทั้งคืนเอาไปกิน อย่างที่ 2 กวางเองเมื่อคุ้นและเชื่อง ไม่กลัวคนและบางครั้งก็เดินไปที่เต็นท์นักท่องเที่ยวที่กำลังนั่งกินอาหารและบางเต็นท์มีเพียงผู้หญิงอยู่ก็ถูกกวางแย่งอาหารถุงหรือมาม่าไปกิน เป็นต้น
“จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเมื่อพบเห็นกวางเกินมาที่เต็นท์ ควรเก็บอาหารและถุงต่างๆเอาไว้ป้องกันสัตว์เช่น เก้ง กวาง ที่เชื่อง เข้ามาแย่งไปกิน และเมื่อทานเสร็จแล้วก็ต้องเก็บเศษอาหาร ถุงพาสติกอ่อนและแข็ง กล่องอาหารทุกอย่างไปทิ้งจุดที่ทิ้งขยะที่มีป้ายบอกโดยอุทยานได้นำ 4 มาตรการมาใช้คือ 1.จัดเจ้าหน้าที่ประจำลานกางเต็นท์ประชาสัมพันธ์ตามสื่อกระจายเสียง ห้ามให้อาหารสัตว์ และเพิ่มความระมัดระวังในการจัดเก็บสิ่งของและเศษขยะที่วางตามนอกเต็นท์นอน 2. จีดที่พักขยะมีโครงสร้างแข็งแรง ตั้งรอบพื้นที่ 3. จัดโครงการขยะคืนถิ่นโดยรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวนำขยะกลับบ้าน 4.จักโครงการขยะแลกของขวัญในฤดูการท่องเที่ยว 5. จัดเจ้าหน้าที่ประสานการปฏิบัติกับกลุ่มเยาวชนร่วมรณรงค์กิจกรรม 4 ม. ( ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ขับรถเร็ว ) ส่วนการดูแลรักษาสัตว์ป่าที่พบว่าได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการเจ็บป่วย ก็จะมีสัตวแพทย์ประจำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษืที่ 1 (ปราจีนบุรี มาทำการรักษาทุกกรณี )
นายคำปอน ภูจำปา หัวหน้าลานกางเต็นท์ลำตะคอง กล่าวว่า กวางที่กินถุงพาสติก อาหารไม่ย่อยตายไป 1 ตัวเมื่อวันก่อน เป็นกวางที่หนีฝูงหมาในออกมาจากป่ามาหากินในบริเวณลานกางเต็นท์นี้มานาน ตอนแรก ๆ มีไม่มาก แต่ปัจจุบัน มีประมาณ 40-50 ตัว และเชื่องไม่กลัวคน บางตัวจับลูบได้ โดยการป้องกันพยายามประชาสัมพันธ์ ทั้งการเดินแจ้งไปตามเต็นท์และประชาสัมพันธ์ตามสายในช่วงเวลา 22.00 น.เพื่อให้นักท่องเที่ยวเก็บถุงเศษอาหารให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน โดยมีจุดทิ้งรวม 5 จุด กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งดื้อ ไม่ยอมปฎิบัติตามระเบียบที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เข้มงวดมาโดยตลอด แต่บางครั้งสัตว์ป่า เช่นกวางก็ปรับตัวเองมาอยู่ใกล้ชิดคนจนไม่เกรงกลัวนักท่องเที่ยว อาจจะเข้าไปแย่งอาหารและถุงมากิน แต่อย่างไรก็ตาม เรามีจิตอาสาเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลและเดินตรวจ การป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาใกล้คน

