3 ค่ายใหญ่ เอไอเอส-ทรู-ดีแทค ร่วมฟังเกณฑ์ยื่นประมูลคลื่น1800(มีคลิป)

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน สำนักงาน กสทช. กำหนดชี้แจงและให้ข้อมูล แก่ผู้เข้าร่วมการประมูล นักลงทุน และสื่อมวลชน ในการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะเกิดในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ พบว่ามีผู้ให้บริการในเครือข่าย เอไอเอส ทรู และดีแทค เข้าร่วมรับฟังการกำหนดชี้แจง และรับคำปรึกษาในการกรอกแบบคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลรับเอกสารคำขอรับใบอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม -14 มิถุนายน 2561 โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2561 มีผู้สนใจเข้ารับเอกสารคำขอแล้ว จำนวน 6 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด 3.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด 4.บริษัท ดีแทค บรอดแบรนด์ จำกัด 5.บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ 6.บริษัท เรียล มูฟ จำกัด

สำหรับราคาตั้งต้นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในครั้งนี้ อยู่ที่ 37,457 ล้านบาท โดยพิจารณาจากราคาการประมูลครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2558 อีกทั้งพิจารณาจากระยะเวลาใบอนุญาต จำนวน 15 ปี โดยเปิดประมูลจำนวน 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็น 45 เมกะเฮิรตซ์ ทั้งนี้ ระยะเวลาถือครองใบอนุญาตจำนวน 15 ปี กำหนดให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัมปทาน ในการประมูลเมื่อปี 2558 จำนวน 18 ปี ส่งผลให้ระยะเวลาใบอนุญาตทั้งสองการประมูลหมดอายุพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการคลื่นในอนาคตง่ายขึ้น และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับกรอบระยะเวลาการประมูลหลังจากนี้ สำนักงาน กสทช. กำหนดยื่นขอรับใบอนุญาตในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 หลังจากนั้นจะพิจารณาคุณสมบัติขั้นแรก ในวันที่ 16 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2561 โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเป็นผู้เข้าร่วมการประมูลภายในวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 และจะเปิดประมูลในวันที่ 4 สิงหาคม 2561 ทั้งนี้ผู้ที่ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินภายใน 90 วัน

“คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูลรายใหม่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เพราะการลงทุนในลักษณะนี้เฉพาะค่าคลื่นอย่างเดียวก็กว่า 30,000 ล้านแล้ว การขยายโครงข่ายแม้จะมีโอกาสในการเช่าใช้โครงข่ายของรายอื่นแต่ยังคงต้องมีเสา และโครงข่ายของตัวเอง เพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนมาก 40,000 -50,000 ล้านบาท โอกาสสำหรับรายใหม่จึงมีไม่มากนัก แต่เรายังเปิดกว้างอยู่”

ขณะที่ ก่อนการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของดีแทค และ กสท.โทรคมนาคม(แคท) ในวันที่ 15 กันยายน 2561 สำนักงาน กสทช.จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าต้องมีมาตรการเยียวยา ภายหลังสิ้นสุดสัมปทานหรือไม่ โดยสำนักงาน เร่งดำเนินการประมูล เพื่อให้ทันก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้หากมีมาตรการเยียวยา ผู้ที่จะหมดสัมปทานต้องทำแผนล่วงหน้า 90 วัน

ปัจจุบันผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยมีจำนวน 121 ล้านเลขหมาย และมียอดการใช้ดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ให้บริการประชาชน 420 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่นานาชาติใช้คลื่นความถี่ให้บริการประชาชน 750 เมกะเฮิรตซ์ หลังจากนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำคลื่นความถี่ที่หมดสัญญาสัมปทาน ทยอยนำออกมาประมูลต่อไป ทำให้ปี 2563 ไทยจะมีจำนวนคลื่นความถี่เพื่อให้บริการประชาชนเทียบเท่ากับนานาชาติ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กสทช.-อย.’โชว์ผลสอบโฆษณาผิดกม.ส่อดีขึ้น-แต่สื่อวิทยุและเว็บไซต์ยังน่าห่วง(มีคลิป)
บทความถัดไปย้อนอดีต 60 ปี จาก ‘เอ็นทรานซ์’ ถึง ‘ทีแคส’ ทำไม?? ยิ่งปรับ-ยิ่งห่วย