จนมุม!! แม่เสือสาวควงปืนปล้นร้านทองจนมุมคาบ้านพัก

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 14 มิถุนายน ที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ไกรสร พาน้อย รอง ผกก.สส.สภ.หนองหาน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน ร่วมจับกุม น.ส.วาสนา งามลุน อายุ 23 ปี อยู่เลขที่ 35 ม.15 บ.ห้วยวังโตน ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ตามหมายจับของศาล จ.อุดรธานี กล่าวหาใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบขนาด จี้ชิงทองรูปพรรณ 3 เส้น หนัก 5 บาท จากร้านทองธีรภัณฑ์ 4 หมู่ที่ 6 ต.หนองหาน อ.หนองหาน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ นำตรวจยึดของกลางรถยนต์เก๋ง โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กร-5157 อุดรธานี, ทองรูปพรรณ 2 เส้น หนัง 3 บาท, อาวุธปืนลูกโม่ บีบีกัน ดัดแปลงใช้กระสุน .22 พร้อมกระสุน 48 นัด, ตั๋วขายฝาก (จำนำ) ทองรูปพรรณร้านใน อ.เพ็ญ, เงินสด 34,000 บาท, เสื้อคลุมใช้ในการก่อเหตุมีชมพูคาดดำ, กางเกงวอมส์สีดำ, ถุงมือยางใช้สวนขณะก่อเหตุ 1 ข้าง และหน้าหากอนามัยปิดบังใบหน้า 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาชี้จุดเกิดเหตุ และมาดำเนินคดีที่ สภ.หนองหาน

น.ส.วาสนา งามลุน กล่าวว่า แต่งงานมีครอบครัวมีลูกสาว 1 คน สามีไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล และมีกำหนดจะเดินทางกลับเดือนหน้า แต่เพราะตนเอาเงินไปเสียพนันออนไลน์ เงินในบัญชีขาดไปกว่า 200,000 บาท จึงหาทางออกตัดสินใจวางแผนก่อเหตุ สั่งซื้ออาวุธปืนทางอินเตอร์เน็ต พร้อมกระสุนราคา 9,000 บาท วันก่อเหตุได้ขับรถเก๋งไปรับลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง นำรถไปจอดไว้ใกล้ร้านทอง ให้ลูกสาวรออยู่ในรถ หลังก่อเหตุขับรถกลับบ้าน นำทองไปจำนำที่ร้านใน อ.เพ็ญ ราคา 34,000 บาท จากนั้นไปต่อผมที่ร้านเสริมสวยอำพรางใบหน้า

พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ตำรวจ สภ.หนองหาน ตรวจสอบกล้องจรปิด พบรถคนร้ายผ่านไปในพื้นที่ ต.นาบัว อ.เพ็ญ ก่อนหายไปในพื้นที่ ต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ จึงร่วมกับสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และสืบสวนภูธร ภาค 4 แบ่งพื้นที่ติดตามรวม 4 เส้นทาง โดยเส้นทางของบ้านคนร้าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ได้ให้เบาะแสเรื่องรถคนร้าย เมื่อเข้าไปถึงบ้านก็พบตัวผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพโดยดี และนำตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ยืนยันเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้จนมุม! ลิงแสมภูเก็ตเจอรวบอีก 37 ตัว รวมจับได้แล้ว 85 ตัว จ่อเขียนประวัติ-ทำหมัน 15 มิ.ย.นี้
บทความถัดไปบรรยากาศแฟนบอลก่อนพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย