ลาวสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงแห่งใหม่ เฉียดแดนไทย ชาวบ้านหวั่นผลกระทบ

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน  นายทองสุข อินทะวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ตนและชาวบ้านริมแม่น้ำโขงได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการเขื่อนปากแบง บนแม่น้ำโขง ซึ่งแม้อยู่ในประเทศลาว แต่ใกล้ชายแดนไทยมาก

นายทองสุข กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลลาวอนุญาตให้บริษัทเอกชนเตรียมการก่อสร้างเขื่อนแห่งที่ 3 บนแม่น้ำโขง คือโครงการเขื่อนปากแบง ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง ในแขวงอุดมไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ห่างจากชายแดนไทย ที่แก่งผาได บ้านห้วยลึก ประมาณ 80 กิโลเมตรตามลำน้ำ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปากแบง 14 กิโลเมตร

นายทองสุขกล่าวว่า ชาวบ้านห้วยลึก มีความกังวลอย่างยิ่งว่าโครงการเขื่อนปากแบง อาจทำให้น้ำท่วมที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน การหาปลา รายได้ และความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ส่งผลกระทบโดยตรงมาถึงชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรแม่น้ำโขงใน อ.เวียงแก่น และอ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยเฉพาะที่บ้านห้วยลึก หมู่บ้านตามลำน้ำสาขา รวมถึงหมู่บ้านอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในประเทศไทย

“สิ่งที่ชาวบ้านกังวลมากที่สุด คือการใช้งานของเขื่อนทางตอนบนในจีน ซึ่งบ้านของเราจะอยู่ตรงกลางระหว่างเขื่อนจีนและเขื่อนปากแบง หากเขื่อนจีนระบายน้ำลงมา เป็นปริมาณมาก และลงมาเจอกับเขื่อนปากแบง จะมีการป้องกันปัญหาให้แก่ชุมชน ที่ตั้งอยู่ตรงกลางอย่างไร” นายทองสุข กล่าว

นายคำผาย บุญมี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก กล่าวว่า ตนเองก็หาปลาในแม่น้ำโขงทุกเช้า ส่วนใหญ่ชาวบ้านใช้วิธีการหาปลา คือไหลมอง นอกจากนั้นก็ใส่ไซ วางเบ็ด ช่วงนี้มีการไหลมองกันมาก แต่ปีนี้ปริมาณปลาที่จับได้น้อยมาก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปลาเขียม” คือแทบจะไม่มีแล้ว

“เมื่อวานผมไปหาปลาตั้งแต่สายจนค่ำ ได้มา 2 ตัว กิโลเดียว เมื่อเช้าออกไปตีห้า ขึ้นมาแปดโมง ไม่ได้เลย ออกไปหาปลาต้องจ่ายแน่ๆ คือน้ำมัน 2 ลิตร เกือบร้อยบาท หากได้ปลาแค่กิโลเดียวนี่ไม่คุ้มเลย ชาวบ้านห้วยลึก ครึ่งหมู่บ้าน มีเรือ 40-50 ลำ ต่างมีอาชีพหาปลา ปลาเขียมแต่ราคาดี ชาวบ้านก็ยังอยากหา ปลาหนัง ขายราคากิโลละ 350 บาทปลาเพี้ย ปลาเกล็ด กิโลละ 200 แต่หากเขื่อนบางแบงสร้างกั้นน้ำโขง น้ำนิ่งไม่ไหลตามธรรมชาติ หมดแน่ๆ การหาปลาของคนเวียงแก่น” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าว

นายจีรศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า จากหัวงานเขื่อนปากแบงมาถึงชายแดนไทย ระยะทางไม่ถึง 80 กิโลเมตร มีหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมน้ำประมาณ 30 แห่ง ชาวบ้านบอกได้ยินว่า หากเขื่อนกักเก็บในระดับปกติ น้ำจะท่วมถึงปากทา (ปากแม่น้ำทาบรรจบแม่น้ำโขง)

“แต่ที่กลัวมากที่สุดคือ หากจีนปล่อยน้ำลงมาจากเขื่อน เชียงของเราอยู่ตรงกลาง คงลำบากแน่ๆ และได้รับข้อมูลว่าขณะนี้บริษัทได้เริ่มการก่อสร้างแล้ว แต่ยังไม่แจ้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น” ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าว

อนึ่ง โครงการเขื่อนปากแบง (Pak Beng Dam) มีกำลังผลิตติดตั้ง 912 เมกะวัตต์ ได้รัฐสัญญาในการพัฒนาโครงการโดยบริษัทต้าถัง (Datang) ของจีน และอาจรับซื้อไฟฟ้าโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เช่นเดียวกันกับกรณีเขื่อนไซยะบุรี โครงการเขื่อนปากแบงอาจเป็นโครงการเขื่อนแห่งที่ 3 ที่สร้างบนแม่น้ำโขงตอนล่างในลาว และตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 ที่ประเทศไทยไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ลงนามร่วมกัน ลาวต้องแจ้งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และนำโครงการเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า ตามระเบียบปฏิบัติ PNPCA