อุณหภูมิ การเมือง ประชามติ “7 สิงหาคม” 2 สัปดาห์ สุดท้าย

ไม่ว่า “เจ๊เพ็ญ” นางธิมล จินากูล เจ้าของร้านเอกสารศรีชุมชิว ถนนทิพย์วรรณ ต.พระบาท อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ไม่ว่า ด.ต.พิชิต ตามูล นปช.แดงเชียงใหม่

ล้วน “หัวเราะ” ล้วนแสดงอาการ “ขำ”

เมื่อรับทราบข่าวการสนธิกำลัง พลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ภายใต้โครงการ “ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย” (ศรส.) เข้าตรวจจับจดหมายในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เริ่มจากลำปาง ลำพูน เชียงใหม่และเชียงราย

หัวเราะในกระบวนการแห่ง “ใบปลิว”

“การส่งจดหมายที่บิดเบือนนี้เป็นเรื่องที่บ้าบอคอแตก ปัญญาอ่อน ไม่ใช่วิธีการที่ดิฉันจะต่อสู้ ดิฉันสู้ด้วยความคิด คนละระดับกัน วันนี้ระบบไอทีแล้ว แต่การส่งจดหมายเป็นวิธีแบบชาวบ้านที่ทำกันและเป็นวิธีสกปรก”

ขำในกระบวนการแห่ง “อนาล็อก” ทั้งที่โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง “ดิจิตอล” แล้ว

ไม่เพียงแต่คนอย่าง “เจ๊เพ็ญ” เท่านั้นที่ก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง DMB ด้วยอุปกรณ์แบบ “พกพา” ภายใต้โครงสร้างของเศรษฐกิจแห่งดิจิตอล สมัย

คนอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดำเนินไปอย่าง “ร่วมสมัย”

ก่อนเดินทางไปมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ใช้โปรแกรมแชตไลน์ส่งถึง “อดีต ส.ส.”

ข้อความโดยละเอียด คือ

“คืนนี้ผมจะเดินทางไปนิวยอร์ก กลับมาคืนวันที่ 24 กรกฎาคม มีหลายคนสอบถามมาเรื่องรัฐธรรมนูญ วันพฤหัสบดีกลุ่มพลเมืองห่วงใยจะมีแถลงการณ์ผมได้ร่วมลงนามด้วย

“สัปดาห์หน้าผมกลับมาคงจะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอีกครั้ง”

นี่คือการสื่อสารสายตรงและอย่างเป็นการจำเพาะ ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคกับบรรดา อดีต ส.ส. ซึ่งเป็นสมาชิกและแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์

ถามว่า “ข้อความ” นี้ได้มาอย่างไร

คำตอบ 1 ต้องไปสอบถามรายละเอียดผ่านอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อย่างน้อย 2 คน กล่าวคือ 1 นายสาธิต ปิตุเดชะ และ 1 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย

2 คนนี้แหละที่ชี้ “เบาะแส” ถึงการจะตัดสินใจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เห็นหรือไม่ว่าการสื่อสารในยุคแห่งอุปกรณ์พกพาซึ่งแสนสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้ “จดหมาย” หากแต่สามารถผ่านทวิตเตอร์ผ่านเฟซบุ๊ก และผ่านโปรแกรมอย่างที่เรียกว่า “แชตไลน์” เท่ากับเป็นการสื่อสารโดยตรง

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีโปรแกรม “แชตไลน์” เหตุใดพรรคเพื่อไทยหรือแม้กระทั่งนปช.คนเสื้อแดงจะมีโปรแกรม “แชตไลน์” ด้วยไม่ได้

นี่คือปฏิบัติการ “ลอดรั้ว” ในลักษณะ “ทะลวงรัฐ”

กระบวนการในการส่งจดหมายที่เรียกว่าบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญที่ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่และเชียงรายจึงดำเนินไปในลักษณะ “ย้อนยุค”

จึงก่อให้เกิดความสงสัย

เป็นความสงสัยและนำไปสู่การวิเคราะห์ว่า กรณีของร่างรัฐธรรมนูญ “ปลอม” กับกรณีของจดหมาย “ปลอม” จะเป็นกระบวนการเดียวกันหรือไม่

ทำไมจึงเห็น “เอกสารแย้ง” เป็นร่างรัฐธรรมนูญ “ปลอม”

ทำไมจึงเกิดสถานการณ์พยายามขยายผลการจับกุมจากเคหะบางพลี สมุทรปราการ ไปยัง สภ.บ้านโป่ง ราชบุรี และลงเอยด้วยการค้นสำนักงานประชาไท

ใครกำลังเล่นบท “นกต่อ” และปฏิบัติการอย่างนี้มี “มูลเชื้อ” มาอย่างไร

การกำหนดวันและเวลาในการแสดงและประกาศท่าทีต่อร่างรัฐธรรมนูญและประชามติโดยพรรคประชาธิปัตย์มีความสำคัญอย่างแน่นอน

สำคัญต่อ “แนวโน้ม” และความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม

สำคัญต่อกระบวนการของ “ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย” (ศรส.) อันขยายผลมาจาก “กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย” (กกล.รส.)

ขณะที่บทสรุปเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญ”ปลอมไม่เป็นอย่างที่วางเอาไว้ ขณะที่บทสรุปเรื่องจดหมายปลอมและบิดเบือนยังมากด้วยข้อกังขาในทางการเมือง

หนทางไปสู่วันที่ 7 สิงหาคม จึงเริ่มขรุขระ ยากต่อการคาดหมาย

เหลือเวลาอีกเพียง 19 วันเท่านั้นการออกเสียงประชามติวันที่ 7 สิงหาคมก็จะเดินทางมาถึง

เวลาเพียง 2 สัปดาห์กว่าสะท้อนให้เห็นความล่าช้าของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแจกร่างรัฐธรรมนูญ ไมว่าความพยายามจะพลิกฟื้นด้วยการจัดดีเบต

ยิ่งงวดเข้าไปคงเหลืออีก 1 สัปดาห์สถานการณ์จะยิ่งร้อนแรง