มรสุมรุมเร้า ‘ชิน โฟร์เอส’เตรียมใจโดนคุกเหตุจ่ายเช็คเด้ง หวังเป็นอุทาหรณ์ ยามมีไม่รู้จักเก็บ

หลังจากเรื่องราวของ สุชิน ควรสงวน หรือ ชิน โฟร์เอส เจ้าของประโยคเด็ด “โฟร์เอส สร้างสรรค์ เพลงดีมีคุณภาพ อีกแล้วครับท่าน” ถูกแชร์กันในโลกโซเชียลว่าเจ้าตัวกำลังเจอมรสุมชีวิตอย่างหนัก เพราะป่วยด้วยโรครุมเร้า แถมยังมีหนี้สินติดตัวอย่างล้นหลาม และพรุ่งนี้ (9 สิงหาคม) ต้องไปขึ้นศาล โดยถ้าหาเงินใช้หนี้ไม่ได้ก็เตรียมใจเข้าคุก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ ชิน โฟร์เอส ได้เปิดอกให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในรายการ ‘ปากโป้ง’ ทางช่อง 8 โดยเขาว่า เมื่อ 20 ปีก่อน ตนเป็นกรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วนใหญ่ที่มีอำนาจในการดำเนินการทุกอย่าง ซึ่งศิลปินในค่ายก็มีทั้ง ยุ้ย ญาติเยอะ, ทศพล หิมพานต์ ที่ผ่านมาตนมีเงินเยอะ แต่ก็ทั้งกิน เล่น ใช้ และเมื่อปี 2550-2551 ได้ไปเล่นการเมือง ทำให้เงินไปลงกับตรงนั้นพอสมควร โดยตอนนั้นไม่ได้คิดสะสมไว้ในวันข้างหน้า เป็นความประมาทที่อยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคน

“ที่ผ่านมาผมผิด ผมไม่ดี อย่าเลียนแบบผม คือที่ผ่านมาเงินทองเยอะแยะ เขาบอกว่างานมากเงินมาก เราควรจะเก็บเอาไว้ สะสมไว้ครั้งหน้า แต่ผมไม่ใช่อย่างนั้น ผมเลว มาคิดอย่างเดียวว่า กูดัง กูเก่ง กูมีความสามารถ หมดวันนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้กูก็ได้เงิน เมื่อก่อนจะกิน ใช้ เล่น ไม่เคยคิดอะไร ใครขอก็ให้ ใครเดือดร้อนก็ให้ อย่าร้องไห้ให้เห็น ผมเคยให้เงินคนสองล้านกว่า คือเฮียคนเนี้ยเมื่อประมาณ 40 กว่าปี ผมจัดรายการวิทยุ แล้วเฮียคนนี้แกขับรถเข้ามา แกเอาแผ่นมาให้ผมเปิด เราก็เฮียมีตังค์ป่ะ เฮียมีเงินอยู่ 100 บาท แกให้เงินผมอยู่ 40 บาท แล้วผมจำตลอด ผมมาเจอแก แกทำธุรกิจเรื่องบ้านจัดสรรแล้วพอมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจค่าเงินบาท ผมก็เลยช่วยเขา ให้ไปที 8 แสน, 5 แสน ต่อมาเอาไปอีกล้านหนึ่ง เราถือว่าตอบแทน 40 บาทที่เขาเคยให้เรา” ชินว่า

แล้วบอก “เงินเก็บที่มันเป็นบัญชีผม เรียกว่าเงินบริษัททั้งหมด ปีปีมันก็หลัก 100 ล้านเหมือนกัน สิ้นปีทีมันก็มีปันผลไง ของผมมันก็เหลือที 5 ล้าน, 10 ล้าน, 20 ล้าน เงินพวกนั้นก็กิน เที่ยว เล่นไปหมด และอีกอย่างก็คือมีความดีอย่างหนึ่งแต่ไม่เคยบอกสื่อเลย ผมเป็นนักทำบุญ-ทำทาน ผมสามารถสร้างศาลาคนเดียว ผมโตกับวัดมาตั้งแต่ 8 ขวบ เรียกว่าประมาทเลยครับ วันนี้ผมมาเป็นอุทาหรณ์ มีเงินต้องเก็บ พอถึงเวลาเศรษฐกิจมันล่ม เศรษฐกิจมันลงเหวขึ้นมา ตัวเองช่วยตัวเองไม่ได้เลย”

IMG_5670


ชินยังเล่าด้วยว่า ตอนนี้ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และผิวหนังอักเสบ ซึ่งเงินที่ใช้จ่ายทุกวันนี้มาจากผลงานเก่าๆ ที่ฝากเพื่อนฝูงขายอยู่ยังพอมีพอกินไปวันๆ ขณะเดียวกันก็เป็นหนี้สินที่จะต้องขึ้นศาลพรุ่งนี้ เนื่องจาก 2-3 ปีก่อน สั่งจ่ายเช็คค่าผลิตแผ่นซีดี แต่เช็คเด้ง เป็นจำนวน 600,000 บาทจึงถูกฟ้องร้อง โดยได้ขึ้นศาลไปแล้ว 3 ครั้ง และรับปากว่าจะผ่อนชำระให้ แต่ผ่อนไปได้แค่งวดเดียว 20,000 บาท อีกฝ่ายจึงไปยื่นคำร้องให้ไปฟังศาล ทว่า หมายศาลส่งไปบ้านที่พระนครศรีอยุธยาจึงไม่ได้ไป และเลื่อนมาฟังวันพรุ่งนี้แทน หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดต้องจำคุกก็คงเป็นไปตามนั้น ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกสงสารลูกสาวกับลูกชายที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 และชั้น ม.5 เพราะตนเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดูคนเดียว

“เขาตัดสินว่าผิดอยู่แล้ว แต่ขอความกรุณาว่าจะมีความยืดหยุ่นกันอย่างไร อนาคต คือที่คิดไว้ผมเป็นขวัญใจชาวไร่ชาวนามานาน อยากทำสินค้าเกี่ยวกับการเกษตร ทำเพลงควบคู่กันไปแต่ยังหาทุนไม่ได้ พอมีคนให้ทุนมา 3 ล้าน เขาจะเอาคืน 50% และทีมงานเขาก็ไม่เอาด้วย ไอ้เรายังไงก็ได้” ชินกล่าว

และบอกถึงนักร้องที่เคยปลุกปล้ำว่า “ต้องเข้าใจว่านักร้องตอนนี้งานการมันก็น้อย ไม่เหมือนเก่า ทุกคนก็มีลูกมีเต้าต้องดูแล และเราเป็นแบบนี้ เราจะบอกว่า เอ๊ย! น้องมาช่วยพี่หน่อย หนูมาช่วยอาหน่อย ผมทำไม่ได้ จบแล้วต้องจบ ลูกผู้ชาย และทุกวันนี้บางคนก็โทรมาถามบ้าง บางคนเขาก็รักเรา แต่เขาอาจไม่มีเวลาหรอก”

“อยากบอกพี่น้องประชาชน อย่าเลียนแบบผม มีเงินมีทอง งานการดีๆ เก็บเอาไว้ เผื่ออนาคต ถ้าเป็นอย่างผม คุณตกเหวแล้วคุณก็ขึ้นยาก ตอนนี้ขาผมถือว่าเข้าคุกไปข้างหนึ่งแล้ว เพราะผมประมาทตัวเอง ฝากไว้ว่าอย่าประมาทชีวิต อย่าคิดว่าตัวเองดัง วันนี้มี พรุ่งนี้ก็มีได้ ธุรกิจมันก็ต้องมีวันตก และมันฟื้นไม่ได้ จะติดคุกหรือติดตะรางอะไรก็ช่าง เอาผมเป็นอุทาหรณ์ไว้นะ” ชิน โฟร์เอส กล่าวในที่สุด