‘บิ๊กต๊อก’เผยยังไม่ได้ปล่อยตัว’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ แค่เสนอชื่อ กรมราชทัณฑ์ ยังไม่อนุมัติ

‘บิ๊กต๊อก’เผย ยังไม่ได้ปล่อยตัว’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ แค่ขั้นตอนเสนอรายชื่อ กรมราชทัณฑ์ยังไม่อนุมัติ ปลัดฯยธ.สั่งรื้อระเบียบลดวันต้องโทษ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ผู้ต้องขังคดีทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ เมื่อปี 2542 ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2558 จะได้รับการพักโทษ ออกจากเรือนจำกลางสมุทรปราการ ว่าเบื้องต้นได้รับรายงานว่านายชนม์สวัสดิ์มีรายชื่อได้รับการพักโทษ แต่ยังไม่ได้มีการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางสมุทรปราการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการพิจารณาเรื่องการพักโทษนั้น เป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำอย่างผู้บัญชาการเรือนจำและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่จะพิจารณาในเรื่องนี้
พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า โดยหลักเกณฑ์การพิจารณา คือ 1.ต้องโทษมาแล้ว 1 ใน 3 จึงจะเข้าหลักเกณฑ์ 2.ทำความดีในพื้นฐานและกิจกรรม และ 3.ผู้บัญชาการเรือนจำ ต้องดูความเหมาะสมและความประพฤติ คือใช้ดุลพินิจในการพิจารณา ถ้าไม่เข้าเงื่อน 2 ข้อแรกก็ไม่ต้องเข้าการใช้ดุลพินิจ ทั้งนี้ คนที่เข้าเงื่อนไข 2 ข้อแรกก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้รับการพักโทษ เพราะจะต้องผ่านการใช้ดุลพินิจที่จะต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย ว่ากระทบสังคมหรือไม่ หรือหากการทำกิจกรรมไม่สอดคล้องและไม่มีเหตุผลอันควร ก็ต้องเพิ่มให้เขาทำใหม่ จึงไม่ใช่ว่าเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ทั้งข้อ 1 และ 2 จะได้รับการพักโทษ อีกทั้ง ท้ายที่สุดก็ต้องมาให้คณะกรรมการพิจารณาการพักโทษพิจารณาดูองค์ประกอบอื่นๆ อีกครั้ง ซึ่งตรงนี้เป็นหลักการปกติที่ทำกับผู้ต้องขังทุกคน ไม่ใช่เฉพาะของนายชนม์สวัสดิ์เพียงรายเดียว

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวด้วยว่า ประเด็นดังกล่าวตนเพิ่งทราบเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้สอบถามไปยังนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าทราบเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งก็ต้องยอมรับกันว่าผู้บัญชาการเรือนจำได้ให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวไปแล้ว แต่ตนไม่แน่ใจว่าเขาให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างไร และผู้สื่อข่าวไปเขียนเป็นเรื่องการปล่อยตัวนายชนม์สวัสดิ์ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ เพราะในชั้นของผู้บัญชาการเรือนจำ เพิ่งพิจารณาเรื่องการพักโทษให้ แต่ยังต้องส่งผลการพิจารณาดังกล่าวมาที่คณะกรรมการพิจารณาการพักโทษอีกครั้ง ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์อยู่ในคณะกรรมการดังกล่าวด้วย ดังนั้นจึงต้องรอดูว่าผลการพิจารณาตามกรอบนโยบายที่ตนให้ไว้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่ต้องมีคณะกรรมการพิจารณาการพักโทษนั้น เพื่อต้องการทำทุกอย่างให้รอบคอบ และสามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ อีกทั้งเพื่อเป็นการป้องกันข้อครหาด้วย

“ผมอยากให้ผู้สื่อข่าวเข้าใจว่าอย่าเอาเรื่องบิ๊กเนมมาเป็นเรื่องที่จะไม่ให้ความเป็นธรรมกับคน ผมอยากขอร้อง ถ้าได้รับการพิจารณาแล้วว่าให้ผ่านได้ก็ผ่านไป เพราะคนจะบิ๊กเนม จะไม่บิ๊กเนม เขามีโอกาสที่จะทำความดีให้กับสังคมก็ต้องผ่านไป ผมเชื่อว่าคุณชนม์สวัสดิ์เป็นชื่อบิ๊กเนมทุกคนก็มาสนใจเรื่องนี้ มันก็เลยทำให้ผมต้องมาตอบคำถาม 3 ครั้ง 4 ครั้ง คนทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นคนเล็ก คนใหญ่ ก็ต้องให้โอกาสเขา” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชนม์สวัสดิ์ทำความดีหรือกิจกรรมอะไรบ้าง พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า มี เท่าที่เขารายงานให้ตนทราบ แต่ตนจำไม่ได้ว่าทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ได้เตือนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปเป็นปีแล้วว่าต้องทำหลักการอะไรให้ดีทุกอย่าง เพราะคนเขาต้องถามว่าเขากิจกรรมหรือทำความดีอะไรบ้างระหว่างอยู่ในเรือนจำ ซึ่งตนไม่ได้ไปยุ่งตรงนั้น เพราะเรื่องนี้คือกฎเกณฑ์ที่กรมราชทัณฑ์ทำกันมาเป็น 100 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับเหตุการณ์หรือไม่ และจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ ซึ่งกิจกรรมตรงนี้มันยอมรับในสังคมได้หรือไม่ที่จะสามารถทำให้ 6 เดือนที่เหลือไม่ต้องอยู่กับเรา


พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า ถ้าจำกันได้ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ปัญหาการพักโทษมีมาตลอด โดยทางศาลยุติธรรมอยากให้ทบทวนเรื่องการพักโทษ เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมได้ตัดสินคดีความต่างๆ ใช้เวลาค่อนข้างนาน เมื่อตัดสินเรียบร้อยก็เข้าสู่กรมราชทัณฑ์พร้อมให้อำนาจ ผู้บัญชาการเรือนจำพิจารณาลดวันลงโทษเพื่อให้ผู้กระทำผิดที่อาจไม่ได้ตั้งใจคืนสู่สังคมรวดเร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ไม่อยากให้อำนาจการปล่อยตัวพักโทษไปสิ้นสุดที่ ผู้บัญชาการเรือนจำ เพราะมองว่ากระบวนการศาลยุติธรรมที่ไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว

“การมอบอำนาจดังกล่าวให้ ผบ.เรือนจำ ตรวจสอบนั้นเพียงพอต่อการไว้วางใจของประชาชนหรือไม่ ซึ่งบางครั้งมีข้อครหาว่า ผบ.เรือนจำ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะส่วนใหญ่จะประจำในพื้นที่นั้นๆ ทำให้เราต้องป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นจึงได้สั่งการให้นำเรื่องนี้มาทบทวนว่าไม่ควรจบที่ ผบ.เรือนจำ แต่ต้องให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม หรืออธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไตร่ตรองอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งต้องใช้ดุลพินิจดูว่าการทำกิจกรรมประโยชน์เพื่อสังคมของผู้ต้องขังคนนั้นๆ มีเหตุผลสอดคล้องเหมาะสมกับการปล่อยตัวหรือไม่ นอกจากนี้ได้สั่งให้เร่งแก้ไขตัวกฎหมาย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ให้รอบคอบมากขึ้น” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ด้านนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีของนายชนม์สวัสดิ์ ไม่ใช่การพักโทษ แต่ขั้นตอนของการลดวันต้องโทษผู้ต้องขัง ซึ่ง ผบ.เรือนจำเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ โดยนับจากการทำกิจกรรมของผู้ต้องขัง จากนั้นได้เสนอให้กรมราชทัณฑ์อนุมัติ เมื่อผู้บริหารระดับกรมพิจารณาแล้ว มีความเห็นให้สมควรรับโทษต่อไปให้ครบตามกำหนด

รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีดังกล่าวนายชาญเชาวน์ ได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์ ปรับระบบการพิจารณาการลดวันต้องโทษและการพักโทษของผู้ต้องใหม่ เพราะในขั้นตอนการพิจารณาลดวันต้องโทษในระดับเรือนจำ มีช่องโหว่ เนื่องจากจะเป็นอำนาจของผู้บัญชาการเรือนจำ ในการพิจารณารายชื่อผู้ต้องขัง ที่นับจากจำนวนวันต้องโทษ เป็นหลัก เสนอมายังกรมราชทัณฑ์ ว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ จากนั้นคณะกรรมการลดวันต้องโทษ ก็จะเห็นชอบตามบัญชีรายชื่อ แนบท้าย ที่ ผบ.เรือนจำ แต่ละแห่งเสนอ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ครั้งนี้คณะกรรมการฯในระดับกรมราชทัณฑ์ได้พิจารณา ในขั้นตอนดังกล่าวแล้ว โดยที่ทางผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ก็ไม่ทราบว่ามีรายชื่อ นายชนม์สวัสดิ์ได้รับการลดวันต้องโทษ พร้อมๆ กับการเสนอรายชื่อผู้ต้องขังรายอื่นทั้งนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่มีคำสั่งจากรมราชทัณฑ์ไปยังเรือนจำกลางสมุทรปราการ ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์จึงได้นำเรื่องดังกล่าวกลับมาทบทวนอีกครั้งเพื่อความเหมาะสม ส่วนการพิจารณาพักการลงโทษ ได้มีการปรับปรุงไปแล้วในระดับหนึ่ง ช่วงที่มีการพักโทษผู้พันตึ๋ง หรือนายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ โดยเสนอให้คณะกรรมการของกรมราชทัณฑ์ต้องคัดแยกรายชื่อ ผู้ต้องขังรายสำคัญ หรือเป็นที่รู้จักของสังคม รายงานให้ทางผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม รับทราบในรายละเอียด เนื่องจากเกิดประเด็นคำถามผู้ต้องขังรายสำคัญ หรือคนดังพักโทษการลงโทษ ออกจากเรือนจำ จนเกิดประเด็นขึ้นในสังคม ดังนั้นทางกระทรวงจึงให้กรมราชทัณฑ์หลักเกณฑ์ขั้นตอนกันใหม่