ตลาดความงามแข่งดุรายเล็กหั่นราคาสู้ธนพรคลินิกทุ่มงบรีแบรนด์ใหม่

นายชยุตม์กันต์ พงษ์จิรกร ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท เอสเธติก คอนซัลแทนท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ ธนพรคลินิก เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจความงามแต่ละปีมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาท และมีโอกาสที่จะขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ซึ่งพบว่าจากปี 2556 ถึงสิ้นปี 2558 มีบริษัทที่จดทะเบียนด้านธุรกิจความงามที่กรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่วนภาพรวมธุรกิจความงามปี 2559 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ลูกค้ามีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบการแข่งขันและสงครามราคาในตลาดที่รุนแรงขึ้นตามการขยายตัวของคลินิกความงามที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคลินิกขนาดเล็กที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้คลินิกความงามขนาดใหญ่ที่เป็นรูปแบบเชนและมีหลายสาขา ประสบปัญหายอดขายลดลง 10-40% และพบว่าคลินิกอย่างที่มีหลายสาขาในจังหวัดเดียว มีการปิดสาขาและยุบรวมเหลือสาขาเดียว เนื่องจากมีต้นทุนสูง ทั้งค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างบุคลากรทางแพทย์และพนักงาน รวมทั้งค่าเครื่องมือและนวัตกรรม แต่คาดว่าแนวโน้มตลาดช่วงที่เหลือปีนี้ต่อเนื่องปี 2560 จะปรับดีขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน

นายชยุตม์กันต์กล่าวว่า ธนพรคลินิกได้ลงทุนกว่า 30 ล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ (รีแบรนด์) ให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงมากขึ้น โดยจะเน้นการทำการตลาดกับกลุ่มที่ไม่เคยใช้บริการคลินิคความงามมาก่อนเป็นหลัก ผ่านบริการรักษาสิว รักษาจุดด่างดำ การยกกระชับรูปหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ จะมีการขยายบริการด้านศัลยกรรมอื่นๆ เพื่มขึ้น อาทิ ฟัน ตาสองชั้น คาง ปาก เป็นต้น

นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายแพทย์ บริษัท เอสเธติก คอนซัลแทนท์ จำกัด กล่าวว่า แผนการขยายสาขาของธนพรคลินิก ปัจจุบันธนพรมีสาขารวม 16 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 12 สาขา ต่างจังหวัด 4 สาขา ได้แก่ และตั้งเป้าหมายขยายสาขาครบ 40 สาขา ภายใน 5 ปี หรือในปี 2565 แบ่งเป็น 25 สาขาในกรุงเทพฯ และ 15 สาขาในต่างจังหวัด เน้นหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค อาทิ อุดรธานี ระยอง เป็นต้น โดยจะลงทุนปีละ 4-6 สาขา งบลงทุนสาขาละ 10-20 ล้านบาท และมีแผนที่จะขยายเป็นโรงพยาบาลความงามที่ได้มาตรฐานสากลรองรับทั้งผู้บริโภคในและต่างประเทศ ภายในปี 2569 คาดว่าจะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าไทยอยู่ที่ 98% และต่างชาติ 1-2% คาดว่าปี 2565 สัดส่งลูกค้าไทยจะอยู่ที่ 90% และลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 10%

นายแพทย์เลอพงษ์กล่าวว่า ส่วนผลการดำเนินงานของธนพรคลินิก ช่วงครึ่งปีแรกยอดขายต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 10% อย่างไรก็ตาม จากการรุกทำการตลาดที่มากขึ้นในช่วงปลายปี คาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขายทั้งปีให้เติบโตเท่ากับปี 2558 ที่ผ่านมา หรือเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยสัดส่วนรายได้มาจาก ทรีตเมนต์ดูแลผิวหน้า 30% ผลิตภัณฑ์ยาและเวชสำอาง 25% เลเซอร์ดูแลผิวหน้า 20% ฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ 20% และศัลยกรรมความงาม 5% ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายยอดขายปี 2560 เติบโตเพิ่มอีก 10%