โฆษกแจงคดีหลานพลทหารวิเชียร อัยการนราธิวาสสั่งสอบเพิ่ม หลังเจ้าของสำนวนสั่งฟ้อง

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า อัยการมีคำสั่งฟ้อง น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หรือ น้องเมย์ หลานสาวของพลทหารวิเชียร เผือกสม ที่เสียชีวิตในค่ายทหารปี 2554 กรณีโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องความเป็นธรรมการเสียชีวิตของน้าชายในค่ายทหาร โดยน.ส.นริศราวัลย์ ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ว่า คดีนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนมาให้สำนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โดยตนทราบข้อมูลจาก นายอารยะ กระโหมวงศ์ อัยการจังหวัดนราธิวาส ว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนมาแบบไม่มีตัวผู้ต้องหา ในสำนวนมีเอกสารหลักฐานในส่วนของผู้เสียหายที่กล่าวหา แต่ยังไม่มีข้อมูลการแจ้งข้อกล่าวหาและคำให้การของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนมาให้อัยการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141 ระบุว่า ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ แต่เมื่อได้ความตามทางสอบสวนอย่างใด ให้ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนให้พนักงานอัยการ ถ้าพนักงานอัยการเห็นชอบด้วยว่าควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ยุติการสอบสวนโดยสั่งไม่ฟ้อง และให้แจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสอบสวนต่อไป ให้สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติเช่นนั้น ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสั่งฟ้อง ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อขอให้ส่งตัวข้ามแดนมา

นายประยุทธ กล่าวต่อว่า โดยเบื้องต้น นายรติ ช่อลำไย อัยการเจ้าของสำนวน ได้พิจารณาสำนวนเท่าที่มีอยู่ของพนักงานสอบสวน แล้วนายรติ จึงเสนอความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ให้อัยการจังหวัดนราธิวาส พิจารณา โดยนายอารยะ อัยการจังหวัดนราธิวาส พิจารณาแล้วมีความเห็นสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในหลายประเด็น อาทิ ฝ่ายผู้เสียหายมีการร้องทุกข์หลายท้องที่หรือไม่ รวมถึงเรื่องการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการพิจารณาความเห็นของอัยการจึงยังไม่สิ้นสุด ไม่ใช่ความเห็นเด็ดขาดเพราะอัยการจังหวัดนราธิวาส สั่งสอบสวนเพิ่มเติม จึงต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งล่าสุดที่ผู้ต้องหาได้ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเข้ามา

นายประยุทธ กล่าวอีกว่า ที่มีข่าวออกมาว่าผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ โดยมีการส่งตัวผู้ต้องหาไปยังอัยการนราธิวาสแล้วนั้น จริงๆแล้วยังไม่มีการส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการจังหวัดนราธิวาสแต่อย่างใด ดังนั้นการมีความเห็นเสนอสั่งคดีเบื้องต้นจึงเป็นการสั่งแบบไม่มีตัวตามขั้นตอนกฎหมาย ภายหลังหากได้ตัวผู้ต้องหาต้องรวบรวมคำให้การและพยานของผู้ต้องหาส่งมาให้อัยการพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร นายประยุทธ กล่าวว่า จะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งไปยังอัยการเจ้าของสำนวนเพื่อให้พิจารณาไปในคราวเดียวกันกับการพิจารณาสำนวนคดี หากเจ้าของสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องจะต้องรายงานให้อัยการสูงสุดรับทราบ แต่กรณีสั่งไม่ฟ้องจะต้องส่งสำนวนไปที่อธิบดีอัยการภาค 9 ก่อนเสนอให้อัยการสูงสุด ตามขั้นตอนที่เป็นระเบียบปฏิบัติ