ให้ได้แค่นี้! เชียงใหม่อนุญาตปล่อยโคมลอยงานยี่เป็ง 2 วัน แอบเล่นนอกเวลาเจอคุก 3 ปี

วันที่ 18 ตุลาคม 2559 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องราชพฤกษ์ 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดประชุมการสร้างความเข้าใจ เรื่อง ประกาศจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ และอื่นๆ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ 9 อำเภอ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย อำเภอเมืองเชียงใหม่ หางดง สันป่าตอง แม่ริม สารภี สันทราย ดอยสเก็ด สันกำแพง และแม่ออน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ออกประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุคล้ายคลึงกัน ตามที่ คสช.ออกประกาศที่ 22/2559 ในการแก้ไขปัญหาการปล่อยโคม ซึ่งล่าสุดมีการออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ลงวันที่ 14 ต.ค.59 ดังนั้นหากจะมีการปล่อยโคมฯ ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ และมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด แม้จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ แต่หากจุดแล้วปล่อยและไปสร้างความเสียหาย ต้องรับผิดชอบและชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

“ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงให้ควบคุมอย่างใกล้ชิดเพื่อมิให้ฝ่าฝืน หรือมีข้ออ้างว่าไม่รู้กฏหมายอีกต่อไป เพราะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยในช่วงเทศกาลยี่เป็งประจำปี 2559  ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในช่วงสถานการณ์สำคัญของประเทศ จัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ปล่อยโคมไม่ให้ผิดข้อกฎหมาย และหากพบว่าไม่ทำตามให้แจ้งนายอำเภอและตำรวจดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยเฉพาะปัญหาที่จะกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยาน และห้ามการจุดประทัดยักษ์อย่างเด็ดขาด เพราะไม่มีการอนุญาต” นายปวิณ กล่าว

ด้านนายพุฒิพงค์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า เชียงใหม่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอย 2 วัน คือ วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559 ในช่วงเวลา 19.00 – 01.00 น. ส่วนโคมควันอนุญาตเพียงวันเดียวคือ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ช่วงเวลา 10.00 – 12.00 น. หลังจากนั้นพบจับดำเนินคดีทางอาญาได้ทันที

ขณะที่นายเกียรติศักดิ์ เรียนวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาพบการปล่อยโคมลอยที่ตกในสนามบินลดลง แต่กลับมีโคมลอยขึ้นไปในอากาศและเป็นอันตรายบินเข้าใกล้เครื่องบินเพิ่มมากขึ้น โดยได้รับรายงานจากนักบินยืนยัน แสดงว่าอำเภอรอบนอกและอำเภอใกล้เคียงสนามบินยังมีการปล่อยโคมลอยในช่วงกลางวันอยู่  แต่ช่วงกลางคืนไม่มีปัญหาเพราะมีระยะเวลากำหนดและเครื่องบินงดบินในช่วงกลางคืนแล้ว และที่ผ่านมาเคยพบเหตุใกล้เคียงความเสี่ยงแล้วและโชคดีที่ไม่เกิดเหตุ เพราะเครื่องบินเร็วมาก หากมีโคมหลุดเข้าไปในเครื่องยนต์อาจทำให้ระเบิดและตกได้ จึงอยากให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวังให้มาก