คิดถึงรถไฟเร็วสูง โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

แฟ้มภาพ

หลังเทศกาลจบ การนับศพช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ล่าสุด ได้ข้อสรุปว่าน่าเศร้าสลดยิ่งเพราะตัวเลขสูงมากกว่าปีที่แล้วเสียอีก แต่คงไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ด้านเดียว เพราะเหตุปัจจัยของความตายในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ประกอบด้วยหลายประการ

ขณะเดียวกัน เริ่มมีคำถามถึงมาตรการแก้ปัญหาว่า เพียงแค่การรณรงค์เมาไม่ขับ การตั้งด่านตรวจผู้ขับขี่อย่างเข้มงวดถี่ยิบ หรืออะไรต่อมิอะไร ที่ทำกันมาตลอดหลายปีมานี้

น่าจะสรุปได้แล้วหรือยังว่า ไม่ใช่ทางแก้ที่ได้ผลแน่ๆ

พร้อมกับเริ่มมีการพูดถึง โครงการพัฒนาการการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะการพลิกโฉมระบบราง การทำรถไฟความเร็วสูง

ที่ควรจะเริ่มลงมือเมื่อหลายปีก่อน

ว่านี่แหละจะเป็นการทางแก้จำนวนคนตายในช่วงเทศกาล อย่างทรงประสิทธิภาพที่สุด

แต่ประเทศชาติเราหลงทิศหลงทาง ใช้อคติทางการเมืองและเป้าหมายการชิงอำนาจ มาทำลายล้างกัน จนไม่คำนึงว่า โครงการที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติต้องพังพินาศไปกับเกมการเมืองนั้นด้วย

ชีวิตของประชาชนคนไทยหลายล้าน จึงต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันบนท้องถนนต่อไป ในทุกเทศกาลหยุดยาว

ทั้งที่หากเรามีการขนส่งมวลชนในระบบรางที่พัฒนาแล้ว ดังเช่นประเทศที่เจริญทั่วโลก

ด้วยขบวนรถไฟที่มีความเร็วสูง บรรทุกผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวได้มากกว่าเครื่องบิน ฉับไว ปลอดภัย

เราจะลดจำนวนรถราบนท้องถนนได้อย่างทันตา พร้อมกับจำนวนการสูญเสียชีวิตคนด้วย

แต่เราก็ยังไม่มี จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แวว

ดังนั้น 7 วันอันตราย ส่งท้ายปี 2559 เข้าสู่ปี 2560 จึงสยดสยองยิ่งกว่าปีที่แล้วอีก

จากคำแถลงของกระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560 อุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน วันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,919 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 478 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 4,128 ราย

อีกทั้งในช่วง 7 วันดังกล่าว มีปริมาณรถบนท้องถนนทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ จำนวน 11,053,835 คัน เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปริมาณรถ 8,765,808 คัน เพิ่มขึ้นจำนวน 2,288,027 คัน

ยานพาหนะที่สัญจรไปมาในช่วงดังกล่าวประมาณ 11 ล้านคัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก จึงเป็นสัดส่วนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุค่อนข้างมากด้วย

มากกว่าสถิติอุบัติเหตุทางถนนปีใหม่ช่วง 7 วันเมื่อปีที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุรวม 3,379 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 380 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,505 ราย

คำถามก็คือ ชีวิตคนที่ต้องมาเซ่นสังเวยในเทศกาลดังกล่าว เมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่ต้องใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ที่โจมตีกันอย่างสาดเสียเทเสียว่าจะสร้างหนี้สินให้ประเทศชาติมโหฬาร จะเป็นเงินที่พวกนักการเมืองจะโกงกินกันพุงกางนั้น

ชีวิตประชาชน มีค่าไม่มากเพียงพอหรือ

แล้ววันนี้ รัฐบาลปัจจุบันก็ต้องมาเริ่มต้นปัดฝุ่นโครงการนี้กันใหม่ โดยต้องพบกับตัวเลขต้นทุนที่มากขึ้น และเงื่อนไขที่ทำให้โครงการไม่ง่ายดายนัก

คำกล่าวที่ว่าเสียเวลาและเสียโอกาสไปอย่างไม่หวนกลับ

มันชัดเจนเช่นนี้เอง

มีเลือดเนื้อชีวิตและน้ำตาของประชาชนผู้สูญเสียในเทศกาล เป็นรูปธรรมที่ไม่ควรต้องอธิบายอะไรกันอีก