รพ.นพรัตน์ฯ นำร่องตรวจสุขภาพฟรี ‘ผู้ประกันตน’ 9 หมื่นคน สปส.เล็งขยายผลทั่วปท.

เมื่อวันที่ 6 มกราคม พล.อ.เจริญ นพสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้มอบของขวัญปีใหม่เป็นโปรแกรมตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสมให้กับผู้ประกันตน โดยให้โรงพยาบาล (รพ.) นพรัตน์ราชธานี เป็นโรงพยาบาลต้นแบบประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะขยายไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมให้ได้ 40 แห่ง จากทั้งหมด 240 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 20 และจะขยายให้ครบทั้งประเทศภายใน 1-2 ปี

“การตรวจสุขภาพนับเป็นก้าวสำคัญของการป้องกันโรค ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง และป้องกันการทุพพลภาพได้ ซึ่งมีหลายโรคที่เป็นเป้าหมายในการลดการเจ็บป่วย ลดความรุนแรงของโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมัน เบาหวาน เฉพาะ 3 โรคนี้ทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลปีละกว่า 6,000 ล้านบาท หากป้องกัน 3 โรคนี้ได้ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดิน 6,000 ล้านบาท นอกจากนี้มะเร็งปากมดลูกก็ยังเป็นอีก 1 โรค ที่ตั้งเป้าลดป่วยจำนวนผู้ด้วย” พล.อ.เจริญ กล่าว


ด้าน นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โปรแกรมการตรวจสุขภาพปัจจุบันมี 2 ส่วน คือ 1.ส่วนที่ขาดทั้งในส่วนของคนที่ควรได้รับการตรวจสุขภาพกลับไม่ได้ตรวจ รวมถึงขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการตรวจสุขภาพ 2.ส่วนที่ตรวจมากเกินไปซึ่งนอกจากทำให้เสียเงินแล้ว หากมีการพบร่องรอยก็ทำให้เกิดความวิตก และเกิดผลข้างเคียงบางประการจากการตรวจที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จึงมีมติให้กรมการแพทย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโปรแกรมตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มวัย คือ เด็ก คนทำงาน และผู้สูงอายุ ซึ่งจะเน้นการซักประวัติ ทำแบบประเมินความเสี่ยง ตรวจสุขภาพ และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความจำเป็น ซึ่งหากป่วยก็จะส่งต่อเพื่อวินิจฉัย และรักษาต่อ ส่วนคนที่มีความเสี่ยงก็จะได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป

นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการ รพ.นพรัตน์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบัน รพ.นพรัตน์ฯ ดูแลผู้ประกันตนเกือบ 90,000 คน จากนี้ใช้ระบบการนัดวัน เวลาในการตรวจสุขภาพผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลเบื้องต้น และจัดเตรียมความพร้อม เมื่อถึงวันนัดเจ้าหน้าที่ซักประวัติ ประเมินความเสี่ยง ตรวจสุขภาพกับแพทย์ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นแพทย์จะอ่านค่าผลการตรวจสุขภาพที่หน้าจอมอนิเตอร์พร้อมคนไข้ ในกรณีกลุ่มที่น่าจะเป็นโรคก็จะส่งตรวจเพิ่มเติม แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง และนัดตรวจติดตาม นอกจากนี้ยังเฝ้าระวังเชิงรุกเช่นส่งข้อมูลถึงสถานประกอบการเพื่อจัดสวัสดิการที่เป็นมิตรกับสุขภาพคนทำงาน