ชาวสวนยางตรังครวญ น้ำท่วมฝนตกจนกรีดไม่ได้ ชง รบ.จัดงบ 100 ล้านช่วยครอบครัวละ 3 พัน

วันที่ 23 มกราคม 2560 จากภาวะน้ำท่วมถึง 2 ครั้งในจังหวัดตรัง ช่วงเดือนธันวาคม 2559 และเดือนมกราคม 2560 ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมากว่า 1 เดือน และอาจจะมีครั้งที่ 3 อีกครั้ง รวมทั้งยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยามาเป็นระยะๆ นั้น ได้สร้างผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้สวนหลายแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ไม่สามารถกรีดยางได้ ส่วนสวนอีกหลายแห่งที่แม้น้ำจะแห้งไปแล้ว กลับเจอฝนตกในช่วงดึก หรือช่วงเช้า จนไม่อาจจะกรีดยางได้เช่นกัน

นางพันวิรา วงศ์มาลามาศ ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาบ่อยครั้งในระยะนี้ ทั้งที่ปกติทุกปีจะแล้งไปนานแล้ว ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ และไม่มีเงินไปใช้จ่าย ต่อให้ยางปรับราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 100 บาท ก็ไม่มีผลอะไร เพราะทุกวันนี้ยังคงมีฝนตกจนน้ำท่วมมา 3 รอบแล้ว เฉพาะครอบครัวของตนต้องขาดรายได้ไปวันละประมาณ 1,000 บาท และไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครในยามทุกข์ร้อนเช่นนี้

นายบุญเจือ สมทิพย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วม 2 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายด้านการเกษตรให้กับประชาชนอย่างมาก โดยรอบแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2559 มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 14,391 ครัวเรือน 46,990 คน ส่วนรอบสองเมื่อเดือนมกราคม 2560 มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 17,891 ครัวเรือน 57,289 คน ขณะที่พืชเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยางพารา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 199,804 ไร่ และปาล์มน้ำมัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 22,680 ไร่

โดยเฉพาะรอบสองที่มีลักษณะแช่น้ำ หรือท่วมขังอยู่ยาวนานจนเกิดน้ำเน่าเหม็นนั้น คาดว่าจะส่งผลให้ต้นยางพาราและปาล์มน้ำมันตายลงไปไม่น้อยกว่า1-2 หมื่นไร่ ส่วนที่เหลือก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟูกว่าจะกลับมาให้ผลผลิตดังเดิม เบื้องต้นได้เสนอรัฐบาลให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรในจังหวัดตรัง ครัวเรือนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ หลังจากนั้นจะสำรวจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาในรายที่มีพื้นที่การเกษตรเสียหายอย่างหนักอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่ต้นยางพาราและปาล์มน้ำมันตาย