“เอสซีจี อคาเดมี” แหล่งเพาะพันธุ์นักแบดมินตันไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่าเครือซิเมนต์ไทย หรือ “เอสซีจี” สนับสนุนกีฬาแบดมินตันมาอย่างยาวนาน ทั้งในเรื่องของการจัดแข่งขัน การส่งนักกีฬาไปต่างประเทศ และที่สำคัญการสร้างนักตบขนไก่ เพื่อเป็นกำลังหลักในทีมชาติภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี”

เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ที่บริเวณ ถนนกรุงเทพกรีฑา จนถึงปีนี้มีอายุครบ 10 ปีแล้ว และยังยืนหยัดสร้างนักแบดมินตันโลดแล่นอยู่ในวงการตบขนไก่ไทยได้อย่างต่อเนื่อง

 

03

ณปภัช ประไพตระกูล ผู้จัดการโครงการเอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี ย้อนอดีตถึงการก่อตั้งอคาเดมี ครบวงจรแห่งนี้ขึ้นมาว่า ก่อนหน้านั้นเอสซีจีให้การสนับสนุนในเรื่องงบประมาณในการส่งแข่งขันและการจัดการแข่งขันเป็นหลัก แต่มีแนวคิดอยากจะสร้างนักแบดมินตันเยาวชนฝีมือดีขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย จึงได้มีอคาเดมีแห่งนี้เกิดขึ้น มีหลักการคือ การดูแลนักกีฬาในโครงการแบบครบวงจร เพื่อปูทางให้เป็นนักตบขนไก่ที่มีศักยภาพ ก้าวไปเล่นระดับนานาชาติ และมีชื่อเสียงระดับโลกต่อไป

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการทดลองสร้างเด็กในหลายรูปแบบ ทำให้รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี และปรับปรุงมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นเอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี แบบครบวงจรที่ศูนย์ฝึกแบดมินตันและวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ.นางลิ้นจี่ ซอย 3 ที่เพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพกรีฑา เมื่อปี พ.ศ.2558” ผจก.เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมีกล่าว

สำหรับหลักการสร้างนักแบดมินตันฝีมือดีของเอสซีจีคือ การดูแลนักกีฬาตลอด 24 ชั่วโมงทั้งเรื่องการเรียน การฝึกซ้อม โภชนาการ จิตวิทยา การแข่งขัน การเดินทาง เรียกได้ว่า “ดูแลกันทุกเรื่อง”

ผู้จัดการโครงการอธิบายถึงการดูแลนักกีฬาในโครงการว่า คนที่จะเข้ามาอยู่ในโครงการได้ จะได้รับการเชิญให้มาทดสอบด้านต่างๆ ก่อนจะมีการพูดคุยกับผู้ปกครองและต้นสังกัดเก่าของนักกีฬาคนนั้นๆ ถ้าเห็นตรงกันก็จะมาทดสอบ หลังจากนั้นจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด เมื่อผ่านแล้วจะต้องมาพักที่ศูนย์ และเรียนหนังสือในโรงเรียนที่โครงการได้กำหนดไว้คือ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม, โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย, โรงเรียนนนทรีวิทยา, โรงเรียนสารสาสน์พิทยา เพราะอยู่ใกล้กับอคาเดมี รวมถึงโครงการได้ขอความร่วมมือในการอนุญาตให้หยุดเรียนในวันที่ต้องแข่งขันได้ แต่ถ้าใครจะเรียนในโรงเรียนเดิมก็สามารถทำได้ แต่ต้องเข้าซ้อมให้ตรงเวลาที่กำหนดไว้

 

02

นักแบดมินตันของเอสซีจีจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มเอ ทีมชาติและนักกีฬาที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย กลุ่มบี นักกีฬาที่เรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งตอนต้นและตอนปลาย กลุ่มซี นักกีฬาเยาวชนหน้าใหม่ที่เข้ามาทดลองฝึกในอคาเดมี กิจวัตรประจำวันของนักแบดฯในศูนย์ ต้องตื่นมาซ้อมในช่วงเช้าตามเวลาที่โปรแกรมกำหนดไว้ โดยมี “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส

อดีตนักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคอยดูแลในภาพรวม และวางโปรแกรมการฝึกซ้อมร่วมกับโค้ชคนอื่นๆ ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา นักแบดมินตันที่ต้องเรียนในช่วงเช้าจะฝึกซ้อมเวลา 05.30-07.30 น. หลังจากนั้นจะอาบน้ำ กินข้าวและมีรถไปส่งที่โรงเรียน ช่วงบ่ายจะมีรถไปรับ กลับมาทำการบ้าน เริ่มฝึกซ้อมอีกครั้งเวลา 17.30-20.30 น. และกินข้าวเย็น เข้านอน 4 ทุ่ม ได้หยุดพักครึ่งวันบ่ายของวันอาทิตย์ และวันจันทร์เต็มวัน ส่วนนักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเรียน จะปรับให้ฝึกซ้อม 08.30-11.30 น. เพื่อให้โค้ชได้ดูแลนักกีฬาได้เข้มข้นมากขึ้น

“ทุกคนต้องมีวินัย ตรงเวลา เพราะเป็นคุณสมบัติที่นักกีฬาระดับโลกควรมีสาเหตุที่ต้องดูแลกันแบบนี้ เพราะทุกคนมีพ่อมีแม่ ถ้าเอาลูกเขามาอยู่ที่นี่แล้ว เกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา จะรับผิดชอบยังไง ทำให้ต้องเข้มงวด และเอาจริงเอาจัง ใครที่ไม่มีวินัยจะมีบทลงโทษ ถ้าเข้าซ้อมไม่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์จะไม่ได้ไปแข่งขัน และถ้าทำผิดระเบียบหรือไม่มี ความรับผิดชอบ 2 ครั้ง ก็จะให้ออกจากโครงการ” ผู้จัดการโครงการอธิบาย

ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มของความสำเร็จ เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมีเดินมาถูกทางแล้ว และจะตั้งเป้าที่สูงขึ้นไปอีก ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงของเอสซีจี หรือนักกีฬาเอง แต่เพื่อประเทศชาติ ความสุขของคนไทยที่จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของวงการแบดมินตันไทยในเวทีโลก

 

01