ร.ฟ.ท.ปรับแผนเดินรถใหม่ทั่วประเทศ จ่อเลิก 18 ขบวน ซ้ำซ้อน ผู้โดยสารต่ำ ดันเพิ่มความถี่เร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างจัดทำแผนยกเลิกขบวนรถโดยสารพร้อมปรับตารางเดินรถใหม่ เพื่อให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เบื้องต้น ร.ฟ.ท.วางแผนจะยกเลิกรถโดยสาร 18 ขบวน จากทั้งหมด 181 ขบวน ได้แก่ สายใต้ยกเลิก 4 ขบวน สายเหนือ 4 ขบวน และรถไฟชานเมือง 10 ขบวน ส่วนรถด่วนสายตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) 2 ขบวน เปลี่ยนจากเดินทุกวันเป็นเดินรถเฉพะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ขบวนที่ถูกยกเลิกจะเป็นขบวนที่ซ้ำซ้อน หมดความจำเป็น หรือมีอัตราการบรรทุกต่ำ(Load factor)กว่า 50% เนื่องจากการคมนาคมในปัจจุบันสะดวกมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนหันไปเดินทางด้วยวิธีอื่น เช่น รถไฟชานเมืองที่มีผู้โดยสารน้อยในช่วงกลางวัน เพราะมีรถตู้หรือรถเมล์มาทดแทน นอกจากนี้ผู้โดยสารบางส่วนก็เปลี่ยนไปใช้รถไฟโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน ส่งผลให้ขบวนเดิมมีผู้โดยสารลดลง โดยเฉพาะสายอีสานที่นิยมรถไฟโดยสารรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ยอมรับว่าจะยกเลิกรถไฟฟรีบางขบวนด้วย แต่ ร.ฟ.ท.จะไม่ยกเลิกขบวนที่มีผู้โดยสารต่ำกว่า 50% ทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาด้วยว่าผู้โดยสารมีทางเลือกอื่นหรือไม่ ถ้าขบวนดังกล่าวอยู่ในเส้นทางที่จำเป็นและไม่มีขนส่งประเภทอื่นก็จะเปิดให้บริการต่อไป และจะปรับตารางเดินรถโดยสารขบวนที่เหลือให้ดีขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้คุณภาพและบริการของรถไฟดีขึ้น เพราะ ร.ฟ.ท.จะดึงรถเก่าออกมาซ่อมและนำรถที่มีสภาพดีไปทดแทนส่งผลให้ไม่มีรถเสียระหว่างทาง ห้องน้ำชำรุด และตรงเวลามากขึ้น แต่คงไม่ทำให้รายได้จากค่าโดยสารหรือจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากนัก

“ตามแผนจะมีการปรับตารางเดินรถใหม่ทั้งหมด มีทั้งปรับเวลาให้ช้าลงครึ่งชั่วโมง บางขบวนปรับให้เร็วขึ้นถึง 1 ชั่วโมง แต่ภาพรวมจะทำให้รถไฟทั่วประเทศเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง ส่วนขบวนรถที่มีผู้โดยสาร 60-70% ก็จะเพิ่มเป็น 80%”แหล่งข่าว กล่าว


แหล่งข่าว กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ต้องเสนอแผนดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการ ร.ฟ.ท.เห็นชอบในเร็วๆนี้ จากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)เห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตามอาจเสนอเรื่องให้บอร์ดพิจารณาไม่ทันวันที่ 17 ก.พ.นี้ ส่งผลให้การปรับตารางเดินรถใหม่ล่าช้ากว่ากรอบเวลาในเดือนมีนาคมเล็กน้อย

สำหรับรถโดยสารขบวนใหม่ 115 คัน ซึ่งเปิดใช้ในเมื่อปลายปี 2559 และเดิมจะปรับขึ้นค่าโดยสารในเดือนมีนาคมนั้น เบื้องต้นคาดว่าคงใช้ค่าโดยสารอัตราเดิมไปถึงเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน ส่วนอัตราการปรับขึ้นค่าโดยสารคงไม่เกิน 200 บาทตามกรอบเดิม แต่ช่วงนี้คงต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันมากขึ้น เพราะราคาน้ำมันผันผวนอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ค่าโดยสารปรับขึ้นลงได้ยาก ขณะที่ภาพรวม ร.ฟ.ท.ยังคงขาดทุนจากการรถโดยสารจากต่อไป เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนรถไฟฟรีและไม่ได้รับการปรับขึ้นค่าโดยสารมากว่า 20 ปี แต่เมื่อมีการขึ้นทะเบียนคนจนจะทำให้การอุดหนุนค่าโดยสารตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นและยกเลิกรถไฟฟรีไปโดยปริยาย