09.00น.INDEX ‘ต่างประเทศ’ คือ ปัจจัย ‘อ่อนไหว’ อันเนื่องแต่ ‘กรณี’ ของ ‘ธรรมกาย’

แฟ้มภาพ

ถามว่า “ปัจจัย” อะไรคือ “ปัจจัย” ที่คสช.และรัฐบาลอ่อนไหวที่สุดในกรณีของ “ธรรมกาย”

เหมือนกับเป็น “มวลชน”

ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ภายใน “วัดพระธรรมกาย” ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ภายนอก “วัดพระธรรมกาย”

ตอบได้เลยว่า “ไม่ใช่”

หากดูจากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานเข้ากับท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

มั่นใจว่าสามารถ “ควบคุม” ได้

จึงยังคง “มาตรา 44” จึงยังตอกย้ำคำสั่งฉบับที่ 5 โดยเน้นไปยังคำสั่งฉบับที่ 12

เท่ากับเป็นการจำกัด “กรอบ” จำกัด “พื้นที่”

“ปัจจัย” ที่คสช. “ปัจจัย”ที่รัฐบาลห่วงใยจนต้องหมุนตัวเป็นระวิงเป็นปัจจัยอื่น

นั่นก็คือ ปัจจัย “สากล”

เห็นหรือไม่ว่าทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึง “อ่อนไหว”เป็นพิเศษกับข่าวการเคลื่อนไหว 2 ข่าว

1 การประชุมองค์กรพุทธโลกที่เกาหลีใต้

1 การเคลื่อนไหวของพระเมียนมา

ถึงกับผลักดันให้ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ต้องออกโรง

ล้วนแต่เป็น “พื้นที่” ต้องเฝ้าระวัง

เฝ้าระวังเพราะลักษณะที่ “เอาการเอางาน”อย่างเป็นพิเศษของ พระที่เมียนมา และรวมถึงการประชุมที่เกาหลีใต้

ยิ่งหากสัมพันธ์กับ “สหประชาชาติ” ยิ่งต้องเฝ้าระวัง

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ประเทศไทยจะสามารถกระบวนการขับเคลื่อนในทางสากลของ “ธรรมกาย” ได้หรือไม่

น่าสงสัย

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าสาขาของ”วัดพระธรรมกาย”มิได้มีอยู่แต่ภายในประเทศ

ตรงกันข้าม ต่างประเทศก็คึกคัก

หากติดตาม “เครือข่าย” ของวัดพระธรรมกายจะเริ่มเห็นการออกโรงของคณะศิษยานุศิษย์ที่เป็นชาวต่างประเทศ

ไม่ว่าที่ “เบลเยี่ยม” ไม่ว่าที่ “เจนีวา”

ศิษยานุศิษย์เหล่านี้มิได้เป็นคนไทย “หัวดำ” ตรงกันข้าม กลับ เป็นฝรั่ง “ผมทอง”

ความเป็นจริงก็คือ วัดพระธรรมกายมี 82 สาขาในต่างแดน

ความเป็นจริงก็คือ วัดพระธรรมกายขึ้นชื่อมานานแล้วในเรื่องการนำเอา “เทคโนโลยี” มาสนองงาน ไม่ว่าการจัดงานในประเทศ ไม่ว่าการเชื่อมไปยังต่างประเทศ

82 สาขาจึงเป็นจุดที่”อ่อนไหว” อย่างยิ่งยวด

เป็น 82 สาขาที่มือแห่ง “มาตรา 44” ที่ “ดีเอสไอ”มีอยู่ไม่สามารถเอื้อมไปถึง

นอกเหนือการควบคุม นอกเหนือการบังคับ