ทบ.ออกโรงป้อง เหตุ จนท.วิสามัญฆาตกรรมนักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ดับ ระบุ “ยิงป้องกันตัว”

(แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำการที่เกินกว่าเหตุในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด โดยวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส นักเคลื่อนไหวกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะที่สุดวิสัย เนื่องจากผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมต่อสู้ขัดขืน และพยายามที่จะทำร้ายโดยประสงค์ต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องป้องกันตัว โดยในรายละเอียดของเหตุการณ์มีดังนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2 บก.ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 ได้จัดตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณสามแยกรินหลวง พบรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ สีดำ หมายทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ มียาบ้าจำนวน 2,800 เม็ด ซุกซ่อนไว้บริเวณกรองอากาศ จึงเข้าดำเนินการจับกุมนายพงศ์นัย แสงตะล้า อายุ 19 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถไว้ได้ แต่นายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่นั่งมาด้วยทางด้านหน้าข้างคนขับ ได้มีการขัดขืนโดยได้วิ่งหนีออกจากรถไป เพื่อหวังจะหลบหนีการจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ทหารจึงได้วิ่งไล่ติดตามไปและเมื่อใกล้ถึงตัวนายชัยภูมิ กลับเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจคือ นายชัยภูมิกลับหยิบระเบิดมือที่พกไว้ออกมา พยายามที่จะขว้างปาใส่เพื่อหวังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่

“ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนประจำกายยิงออกไป เพื่อจะหยุดการกระทำและเพื่อเป็นการป้องกันตัวจำนวน 1 นัด จึงเป็นเหตุให้นายชัยภูมิ ป่าแส เสียชีวิต” พ.อ.วินธัยกล่าว

โฆษกกองทัพบกกล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกคนยึดมั่นในหลักปฏิบัติที่จะพยายามดำเนินการใดๆ ด้วยวิธีที่ละมุนละม่อม หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงให้ได้มากที่สุด กรณีจะใช้อาวุธต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น