จัดชุมนุมลูกเสือ จชต. สานสัมพันธ์ 6 ประเทศอาเซียน 4-8 เม.ย. นี้

ศปบ.จชต.จับมือ หน่วยงานศึกษา ก.ศึกษาฯ จัดชุมนุมลูกเสือ จชต. สานสัมพันธ์ 6 ประเทศอาเซียน 4-8 เมษายน นี้

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่หอประชุมเปรม 100 ปี โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานการแถลงข่าวจัดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่12 โดยมีนายอดินันท์ ปากบารา ผู้ช่วย รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี นายบุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.)นายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ร่วมในพิธี

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ศปบ.จชต. รวมถึงหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดในกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมการจัดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 12 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 เม.ย.นี้ที่ค่ายลูกเสือปากบาง อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมีนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด ในวันที่ 5 เม.ย.งานชุมชนลูกเสือครั้งนี้ จะมีลูกเสือเข้าร่วมประมาณ 6,000 คน ได้แก่ ลูกเสือจากหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลูกเสือจากภูมิภาคต่าง ๆ และลูกเสือจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จำนวน 280 คน เพื่อเป็นกิจกรรมแสดงออกถึงความจงรักภักดีของลูกเสือต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ลูกเสือทำความดีมีจิตอาสา มีความสามัคคีอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข และร่วมกันบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นการพัฒนากิจกรรมและบุคลากรทางลูกเสือและยุวกาชาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกด้วย

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ฐานกิจกรรมของการชุมนุมลูกเสือ ทั้ง 9 กิจกรรม ทั้งกิจกรรมศาสตร์พระราชา กิจกรรมบุกเบิก กิจกรรมผจญภัย กิจกรรมศาสนสัมพันธ์ กิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมวิทยาศาสตร์สิ่งประดิษฐ์ กิจกรรมทักษะชีวิต กิจกรรมเทิดไท้พระบรมราชจักรีวงศ์ และกิจกรรมประตูสู่อาเซียน ล้วนเป็นฐานกิจกรรมที่ได้ฝึกประสบการณ์การดำรงชีพในค่าย ฝึกความอดทน ซึ่งศปบ.จชต.ได้มีการเตรียมความพร้อมแล้วในทุกด้าน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมได้รับความรู้ เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะให้กับเยาวชนลูกเสือ เนตรนารี ที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับเพื่อนร่วมค่ายที่มาจากต่างพื้นที่กันอย่างมีความสุขและร่วมกันบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เกิดความสามัคคีบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยคาดหวังให้กิจการลูกเสือจะสามารถเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน และนำไปสู่ความสัมพันธ์อันดีในระดับประเทศต่อไป

5