20 ปี ม.หาดใหญ่ ประกาศวิสัยทัศน์สู่มหา’ลัยเอกชนชั้นนำของประเทศ รองรับไทยแลนด์ 4.0

นายวิทวัส ดิษยะศริน สัตยารักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวในโอกาสครบ 20 ปี วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เรื่องวิสัยทัศน์การก้าวสู่ความเป็นสากล และเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของไทย รองรับ University 4.0 ว่า มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายทางการศึกษาร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงาน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นสากล ทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการด้านวิชาการ ที่ผ่านมาได้ทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนหลายแห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยในจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย อาทิ Universitas Muria Kudus ญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติดังกล่าว เพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้เป็นพลเมืองโลกที่มีความรอบรู้และก้าวทันปรากฏการณ์โลกแบบก้าวกระโดด พร้อมต่อการแข่งขันในตลาดโลกยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่บัณฑิตสามารถนำความรู้ประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง เพราะจากสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก และการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 ประกอบกับรัฐบาลภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ และการเป็นมหาวิทยาลัย 4.0 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้เตรียมพร้อมและดำเนินการไปแล้วในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร งบประมาณ อาคารสถานที่ และสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ที่จะเดินตามพันธกิจอย่างครบวงจร และมีคุณภาพ โดยเฉพาะการเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9

นายธารพรรษ สัตยารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนคือ Modern University มีการบริหารจัดการด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และด้านศิลปวัฒนธรรม ที่มุ่งเน้นนวัตกรรม หลักธรรมาภิบาล และการจัดการสมัยใหม่ โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อเป็น Digital University ในปี 2562 คือการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งเป็น Core Competency ขององค์กรเพื่อประโยชน์ในทุกพันธกิจขององค์กร เน้นรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Blended Learning การให้บริการนักศึกษาและการให้บริการวิชาการแบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงของโลกและการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 พร้อมทั้งตอบรับนโยบายของรัฐบาลภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 อย่างมีศักยภาพ

นายก้าน จันทร์พรหมมา ที่ปรึกษาอธิการบดีฝ่ายวิจัย กล่าวว่า ในทศวรรษที่ 3 จะเน้นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของชุมชน และสังคมในพื้นที่เป็นสำคัญ โดยเฉพาะด้านการแก้ปัญหา และการพัฒนาเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจะใช้ความรู้ทางวิชาการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้มากขึ้น และเน้นการทำงานวิจัยแบบประชารัฐตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 20 ปี และแผนพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการทำงานแบบเครือข่ายร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ”