กก.พัฒนาพรรคการเมืองค้านเก็บเงินสมาชิก ชี้ใช้กับวัฒนธรรมไทยไม่ได้

กก.พัฒนาพรรคการเมืองค้านแนวคิดเก็บเงินสมาชิกพรรค ชี้ไม่สามารถใช้กับวัฒนธรรมการเมืองไทยได้ เตรียมชงความเห็นส่ง สนช.-กรธ.พิจารณา พร้อมเสนอ “เอนก” เข้าร่วมเป็น กมธ.พิจารณาร่าง กม.ลูกพรรคการเมืองด้วย นัดถกนัดต่อไป 30 พ.ค.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 19 เมษายน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับบทบาทและการพัฒนาพรรคการเมือง แม้ขณะนี้จะยังไม่มีความชัดเจนในสาระของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ก็เห็นต่างในสาระสำคัญของร่างฉบับนี้ของ กรธ. ที่มีการนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งประเด็นที่ได้ยกขึ้นอภิปรายกัน อาทิ เรื่องการเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคคนละ 100 บาทต่อปี โดยเห็นว่าการกำหนดดังกล่าว ใช้กับวัฒนธรรมทางการเมืองไทยไม่ได้ เกรงจะทำให้คนในพรรคที่มีเงิน เป็นผู้จ่ายเงินให้กับสมาชิก เพราะต้องไม่ลืมว่าในสังคมไทย ในวัฒนธรรมไทย ใครมีเงินก็ช่วยเงิน ใครมีแรงก็ช่วยแรง ใครมีความรู้ก็เอาความรู้มาช่วย การปฎิรูปพรรคจะใช้แต่กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าใจวัฒนธรรมของการเมืองไทย ซึ่งวัฒนธรรมไทยยังคาดหวังหลายอย่างจากพรรคการเมืองและนักการเมือง ทั้งที่เรื่องนั้นก็ไม่ค่อยจะตรงกับกฎหมาย

“เราคุยกันไปไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง แต่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งเสริมความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ว่าไม่อยากให้มองว่าพรรคการเมืองเป็นผู้ร้าย เป็นจำเลย แต่ต้องมองว่าพรรคการเมืองก็เหมือนกับองค์กรทั่วไป ที่มีทั้งคนดีและไม่ดี ทำถูกบ้างทำผิดบ้าง ทุกประเทศในโลก ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ล้วนมีพรรคการเมือง เราจะพัฒนาพรรคการเมืองอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายนั้นคือสิ่งที่เป็นเป้าหมายของทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการก็มีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะพยายามรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อนำมาจัดทำเป็นข้อเสนอแนะที่จะส่งให้กับ กรธ.และ สนช. เพราะนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เคยบอกว่าอยากฟังความเห็นจากคณะกรรมการ” นายเอนกกล่าว และย้ำว่า จะเร่งส่งความเห็นของคณะกรรมการต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองให้ผู้มีหน้าที่โดยเร็วที่สุด แม้จะมีเวลาเพียงน้อยนิด

นายเอนกกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือและมีข้อเสนอในอีกหลายเรื่อง เช่น อยากให้ตนไปร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองในชั้นของ สนช. แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหนอย่างไร อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้มีความตั้งใจที่จะทำในเรื่องของการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อให้พรรคเป็นพลังในการขับเคลื่อนบ้านเมือง ซึ่งคณะกรรมการก็จะตั้งใจและพยายามทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งคณะกรรมการจะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้