สนช.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์

เมื่อเวลา 10.25 น.วันที่ 20 เมษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานในการประชุม ซึ่งนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.)ได้เสนอเปลี่ยนระเบียบวาระและจัดลำดับวาระการประชุมใหม่ตามข้อบังคับการประชุมสนช.ข้อที่ 39 (2 ) ดังนี้ พิจารณาเรื่องด่วนที่ 4 จากนั้น พิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .ร่างพ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติ พ.ศ… และ ร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศพ.ศ.. ตามลำดับ ซึ่งที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่น นายพรเพชร กล่าวว่า วาระการประชุมเรื่องด่วนที่ 4 นั้นตนได้มีการบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเป็นวาระเพิ่มเติมแล้ว

ต่อมาที่ประชุมได้พิจารณา ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ….ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนรัฐบาลได้ชี้แจงว่า ในการนำเสนอร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ….. คณะรัฐมนตรีได้ขอให้การประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการประชุมลับ ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 13 ทั้งนี้ เพราะว่าคณะรัฐมนตรียังไม่ได้ปลดชั้นความลับ ขั้นลับที่สุด ซึ่งได้ดำเนินการมาตามลำดับ จึงขอดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความรับของทางราชการ พ.ศ.2544 ให้เป็นเรื่องลับที่สุดทุกขั้นตอน ทั้งเอกสารและกระบวนการพิจารณา ซึ่งนายพรเพชร กล่าวว่า เมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เสนอให้เป็นการประชุมลับ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับจึงขอเชิญผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุม งดการกระจายเสียง และแพร่ภาพทางโทรทัศน์วงจรปิดทางรัฐสภา

รายงานข่าวแจ้งว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการโอน 6 หน่วยงานคงเหลือ 3 หน่วยงานคือ 1.สำนักพระราชวัง ประกอบด้วย สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง 2.หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ประกอบด้วย กรมราชองครักษ์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักนายตำรวจราชสำนักประจำ และ 3.สำนักงานองคมนตรี เพื่อให้การบริหารหน่วยงานมีความกระชับมากขึ้น ซึ่งการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภาและได้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระรวด โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง

ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในรายละเอียดการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวบอกเพียงว่าเป็นการประชุมลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้