“นาซา”เผยด้านมืดดวงจันทร์ มีเสียง”ดนตรี”ปริศนา

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา เพิ่งเผยแพร่เสียงลึกลับที่นักบินอวกาศบนยานอพอลโล 10 บันทึกเอาไว้เมื่อ 47 ปีก่อนขณะขึ้นไปโคจรรอบดวงจันทร์ผ่านทางรายการสารคดีวิทยาศาสตร์ปริศนาของช่องดิสคัฟเวอรีเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในทีมนักบินอวกาศชุดนั้นระบุถึงเสียงดังกล่าวไว้ว่าเหมือนเป็น “ดนตรีจากห้วงอวกาศ

นักบินอวกาศทั้ง 3 คนที่ได้ยินเสียงดนตรีลึกลับดังกล่าวคือ โทมัส สแตฟฟอร์ด, จอห์น ยัง และยูยีน เคอร์นัน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมปี 1969 เมื่อยานอพอลโล 10 ถูกส่งขึ้นไปโคจรรอบดวงจันทร์ เป็นการเตรียมการก่อนการโคจรรอบดวงจันทร์และส่งยานลูกและมนุษย์อวกาศ 2 คนลงบนดวงจันทร์ ในภารกิจอพอลโล 11 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ปีเดียวกัน

เสียงลึกลับที่ฟังเหมือนเสียงวู้ๆ สูงต่ำเป็นจังหวะจะโคน เริ่มดังขึ้นเมื่อยานอพอลโล 10 โคจรไปยังด้านมืดของดวงจันทร์ ซึ่งอยู่ไกลจากโลกมากที่สุดและตัวดวงจันทร์เองบดบังสัญญาณวิทยุ ดังนั้น อพอลโล 10 จึงถูกตัดขาดจากการติดต่อกับหอบังคับการภาคพื้นดินเมื่อเกิดเสียงดังกล่าวขึ้น เสียงดนตรีลึกลับดังอยู่นานราว 1 ชั่วโมง ถูกบันทึกไว้และส่งต่อมายังหอควบคุมภาคพื้นดินในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

ในบันทึกการสนทนาระหว่างนักบินอวกาศด้วยกัน ซึ่งนาซาเผยแพร่ออกมาเมื่อปี 2008 เคอร์นันถามเพื่อนนักบินคนอื่นๆ ว่าได้ยินเสียงดังกล่าวหรือไม่ “เสียงหวิวๆ นั่นน่ะ เหมือนเสียงดนตรีจากนอกอวกาศ” เคอร์นันกล่าว นักบินทั้งหมดได้ยินเสียงดังกล่าวเหมือนๆ กัน รู้สึกแปลกและไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเสียงขึ้นได้ ถึงกับถกกันเองว่าควรจะรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชาของนาซาหรือไม่ เพราะเกรงจะไม่มีใครเชื่อและอาจถูกปลดจากภารกิจครั้งต่อๆ ไปได้

แม้นาซาจะเผยแพร่บันทึกคำสนทนาเหล่านั้นออกมา แต่ก็ไม่เคยเผยแพร่เสียงดนตรีลึกลับออกมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ และแม้ว่านาซายังอธิบายไม่ได้ว่าที่มาของเสียงเป็นอะไรกันแน่ และทำไมถึงเกิดขึ้นเฉพาะในวงโคจรด้านมืดของดวงจันทร์ แต่วิศวกรของนาซารายหนึ่งระบุว่า เสียงที่ได้ยินเกิดจากเสียงสัญญาณความถี่วิทยุวีเอชเอฟของยานลูกลูนาร์โมดูลกับของยานแม่คอมมานด์ โมดูลเกิดกวนซึ่งกันและกันก่อให้เกิดเสียงประหลาดดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเดียวกันนี้ อัล วอร์เดน นักบินอวกาศที่เคยขึ้นบินกับยายอพอลโล 15 ไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายนี้ โดยอ้างว่า นักบินอวกาศทั้ง 3 รายผ่านการฝึกมาจนคุ้นกับเสียงทุกอย่างที่พวกเขาควรได้ยิน “ตรรกบอกผมว่า ถ้ามีอะไรที่ถึงขนาดสามารถบันทึกเอาไว้ได้ที่นั่น ก็ต้องมีอะไรอยู่ที่นั่น” วอร์เดนระบุ

ความเป็นไปได้อีกอย่างก็คือ เสียงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากอนุภาคในห้วงอวกาศที่มีประจุไฟฟ้าเข้าไปกวนคลื่นความถี่วิทยุ ก่อให้เกิดเสียงประหลาดดังกล่าวขึ้น เมื่อเดือนกรกฎาคม 2005 นาซาเผยแพร่เสียงที่ได้รับจากยานสำรวจอวกาศแคสซีนี ขณะทะยานผ่านบรรยากาศของดาวเสาร์ก็สามารถบันทึกเสียงคล้ายคลึงกันนี้ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม อนุภาคที่มีประจุดังกล่าวเป็นไปได้ในบรรยากาศของดาวเสาร์ แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นรอบดวงจันทร์ซึ่งไม่มีทั้งบรรยากาศและสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแต่อย่างใด

นักบินอวกาศทั้ง 3 จากอพอลโล 11 ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ได้ยินเสียงดนตรีจากอวกาศดังกล่าวนั้น ไมเคิล คอลลินส์ ผู้บังคับยานแม่ของอพอลโล 11 ที่จำเป็นต้องโคจรผ่านด้านมืดของดวงจันทร์ ในขณะที่ บัซ อัลดริน และนีล อาร์มสตรอง กำลังเดินอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ ก็ได้ยินเสียงดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน แต่คอลลินส์ระบุว่า ได้รับคำเตือนจากเจ้าหน้าที่เทคนิคแล้วว่าจะเจอเข้ากับเสียงที่เกิดจาก “การกวนกันของคลื่นวีเอชเอฟ” ของยานลูกและยานแม่เช่นนี้

ข้อกังขาสำคัญนอกเหนือจากแหล่งที่มาของเสียงดังกล่าวนี้ก็คือ ทำไมนาซาถึงได้เก็บเป็นความลับไว้นานกว่า 40 ปีเช่นนี้?