ติวเข้ม! ผู้บริหารสถานศึกษา ขับเคลื่อนสถานศึกษาคุณธรรม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา ร่วมเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อขับเคลื่อน พัฒนา สถานศึกษา ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาคุณธรรม

โดยมีเป้าหมายคือผู้อำนวยการสถานศึกษาภาครัฐที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่จำนวน 82 ท่านผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ปีงบประมาณ 2560 จำนวน 168 ท่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาภาครัฐที่ได้รับการประเมินคุณภาพภายในการอาชีวศึกษาโดยหน่วยงานต้นสังกัดภายในปีการศึกษา 2559 จำนวน 195 ท่าน

โดยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้บรรยายพิเศษเรื่องศาสตร์พระราชากับการพัฒนาสถานศึกษาคุณธรรม ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ นายปราโมทย์ โชติมงคล ผู้อำนวยการศูนย์โรงเรียนคุณธรรมมูลนิธิยุวสถิรคุณ บรรยายเรื่องการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมและปัจจัยสู่ความสำเร็จ, รศ.ปภัสวดี วีรกิตติ รองผู้อำนวยการศูนย์โรงเรียนคุณธรรมมูลนิธิยุวสถิรคุณ บรรยายเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม, นายนพพร สุวรรณรุจิ ที่ปรึกษาศูนย์โรงเรียนคุณธรรมมูลนิธิ ยุวสถิตกุล บรรยายเรื่องกระบวนการนิเทศติดตามโรงเรียนคุณธรรม และนายชูศักดิ์ นายะสุนทรกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม นายอาณัติ ชัยจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง ดร.จันทนา นนทิกร นิเทศอาสาศูนย์โรงเรียนคุณธรรม ร่วมเสวนาเรื่องความคาดหวังและแนวทางการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมสู่ความสำเร็จและประสบการณ์การนิเทศโรงเรียนคุณธรรม

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวว่า สถานศึกษาคุณธรรม ครูอาจารย์นั้นต้องเป็นแบบอย่าง เพื่อให้เหล่านิสิต นักศึกษา นักเรียน มองเห็นว่า เป็นไอดอลเป็นแบบอย่าง รวมถึงเพื่อน้อมนำสารของพระราชาที่พระองค์ทรงพระราชทานในเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความรักชาติ ความมีระเบียบ ความไม่หลงลืมตัว เป็นต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและมูลนิธิยุวสถิรคุณ ร่วมกันจัดรวมถึงได้ขยายผล ไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงต้องร่วมกันใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบันและในหมู่ประชาชนเองรวมถึงตัวเพราะเราทุกคนที่ต้องเป็นตัวอย่างในการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ อย่าไปใช้ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น และให้ข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นเรื่องจริง เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือแบ่งแยกสังคมที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากนำมาใช้ในการเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต การให้ความรู้ การใช้วิทยาการ ถ้าเกิดความแตกฉานร่วมกัน และนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน.