คอลัมน์ Think Tank: ขวาจัดในยุโรป แค่ล้มแต่ยังไม่แพ้

AFP PHOTO / joel SAGET

หลังจากออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ ความพ่ายแพ้ของมารีน เลอเปนในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบตัดสิน ถือเป็นความสูญเสียรอบล่าสุดสำหรับฝ่ายขวาจัดในยุโรป แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า การเดินหน้าสู่อำนาจของพวกเขายังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด

การได้รับชัยชนะดูเหมือนใกล้เคียงมากสำหรับเลอเปนวัย 48 ปี ที่หวังจะทำสิ่งที่พ่อของเธอล้มเหลวเมื่อปี 2002 ให้สำเร็จ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาและปกป้อง “อารยธรรมฝรั่งเศส” จากการถาโถมเข้าใส่ของโลกาภิวัตน์

การหาเสียงของเธอใช้ความกลัวในเรื่องอัตราการว่างงานสูง การอพยพและการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามด้านการก่อการร้าย

แต่ความตั้งใจของเลอเปนที่จะออกจากยูโรโซนถือเป็นปัญหาสำหรับคนจำนวนมาก และตำแหน่งประธานาธิบดีตกเป็นของเอ็มมานูแอล มาครง ที่มีแนวคิดสนับสนุนสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งได้คะแนนเสียงไป 66 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เลอเปนได้ไป 34 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งผลการเลือกตั้งฝรั่งเศสถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่ 3 ของฝ่ายขวาจัดในยุโรปในรอบ 6 เดือน

เมื่อเดือนธันวาคม นอร์แบร์ต โฮเฟอร์จากพรรคเสรีภาพออสเตรีย (เอฟพีโออี) แพ้ไปอย่างเฉียดฉิวในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ตามมาด้วยความพ่ายแพ้ของคีร์ท วิลเดอร์ส สมาชิกสภานิติบัญญัติต่อต้านอิสลามในการเลือกตั้งทั่วไปของเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

แต่นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่า นี่เป็นเพียงแค่ช่วงสะดุดของฝ่ายขวาจัดที่ผงาดขึ้นมาในการตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือเบร็กซิท และชัยชนะแบบพลิกล็อคของโดนัลด์ ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

“ขบวนการเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดมีอิทธิพลไม่ใช่จากการปกครอง แต่เป็นการควบคุมจำกัดการบริหารจัดการของพรรคการเมืองสายกลาง” คาร์สเทน นิกเกล ขององค์กรวิชาการเตเนโอในกรุงบรัสเซลส์บอก และว่า “เราคงไม่สามารถบอกได้ว่านี่เป็นปีที่ย่ำแย่ของฝ่ายขวาจัด ในออสเตรีย โฮเฟอร์ได้คะแนนเสียงถึงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ในเนเธอร์แลนด์ พรรคกลางซ้ายถูกกวาดออกไปหมด ขณะที่วิลเดอร์สถือเป็นผู้เล่นสำคัญในรัฐสภาเนเธอร์แลนด์”

พรรคเสรีภาพของวิลเดอร์สได้เก้าอี้เพิ่มมาอีก 5 ที่รวมเป็น 20 ที่นั่ง ถือเป็นพรรคใหญ่สุดอันดับ 2 ในรัฐสภาเนเธอร์แลนด์

และแม้ชัยชนะของมาครงเหนือเลอเปนจะเป็นผลลัพธ์ที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่เป็นผลงานที่ดีที่สุดของพรรคเนชั่นแนล ฟรอนท์ (เอฟเอ็น) ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในประวัติศาสตร์ 44 ปีของพรรค

ในการกล่าวสุนทรพจน์ยอมรับความพ่ายแพ้ มารีน เลอเปน ประกาศว่า เอฟเอ็นจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักพร้อมระบุว่า เส้นแบ่งใหม่ระหว่าง “ผู้รักชาติ” กับ “นักโลกาภิวัตน์” ถูกขีดขึ้นมาแล้ว

สื่อในยุโรปหลายสำนักได้เตือนไว้ในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน อาทิ หนังสือพิมพ์ ดักบลาเด็ตของสวีเดนที่ระบุว่า “นักประชานิยมขวาจัดในออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และฝรั่งเศส อาจเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงเวลาที่เข้มแข็งที่สุดมากกว่าครั้งไหนๆ และไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าพวกเขากำลังจะสูญหายไป”

ขณะที่เดอะไทม์ส ของอังกฤษระบุว่า “มาครงจำเป็นต้องแสดงให้ชาวฝรั่งเศสเห็นว่าที่จริงแล้วเขาเป็นทางเลือกที่ชาวฝรั่งเศสรอคอย”

หากเขาไม่สามารถทำได้ เลอเปนหรือคนแบบเลอเปนคนอื่นๆ จะปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่จบสิ้น