3 นักศึกษา ม.มหาสารคาม ยึดในหลวง ร.9 เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

กาญจนา,ณัฐธิดา (ซ้าย,กลาง) นิศานาถ (ขวา)

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 195 ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาต่อแถวรอกราบถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายตั้งแต่ช่วงมืด

น.ส.กาญจนา โพธิ์สินธนนนท์ ชั้นปีที่ 3 คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ น.ส.ณัฐธิดา เทพจิตร ชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวว่า ได้รับรู้เรื่องราวของพระองค์ทั้งความดีและทรงช่วยเหลือประชาชนคนไทยมาโดยตลอด อีกทั้งเรียนจบชั้น ม.ปลาย ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นโรงเรียนของสมเด็จย่า ทำให้พวกเราได้รับรู้เรื่องราวและพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด พร้อมนำหลักฐานและยึดพระองค์เป็นแบบอย่างทั้งเรื่องการช่วยเหลือสังคมและคนรอบข้าง นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง อย่างที่มหาวิทยาลัยมีชมรมจิตอาสา ก็ได้เข้าร่วมเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุข รวมถึงการรู้จักให้อภัยผู้อื่น หากมีปัญหากับเพื่อนก็ควรที่จะอภัยให้แก่กัน ไม่ยึดติดกับความโกรธ

ด้าน น.ส.นิศานาถ วิทยากร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่เดินทางมาด้วยกัน เผยว่า ได้นำหลักความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีมาใช้ในการดำรงชีวิต ไม่อยากได้อะไรในสิ่งที่เกินตัว ถ้าสิ่งที่อยากได้เกินกำลังของตัวเองก็ต้องรู้จักหักห้ามใจ และยึดหลักการอดออม ส่วนสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำเพื่อตอบแทนพระคุณของพระองค์คือ อยากทำหนังสือเกี่ยวกับเด็ก เพราะคิดว่าการปลูกฝังการอ่านให้เด็กเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาการเติบโตที่ดีในอนาคต ซึ่งทั้งหมดก็ได้แรงบันดาลใจและมีพระองค์เป็นอย่างที่ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กๆ

นายบุญชัย อารยะสนองกุล รองประธานบริษัท – นายอิซาโอะ โชจิ ประธานบริษัท – นางชลาวลัย วุฒิกรเกรียงไกร รองประธานบริษัท

นายอิซาโอะ โชจิ ประธานบริษัท คาลโซนิค คันเซ (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงความรู้สึกภายหลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมว่า ตนเพิ่งเดินทางมาจากญี่ปุ่น ในฐานะคนญี่ปุ่นที่เพิ่งมาอยู่ในเมืองไทย ทำให้ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยมากนัก และในวันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ ขณะที่อยู่ญี่ปุ่นได้ติดตามข่าวสารของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านข่าวทางโทรทัศน์ เคยเห็นพระพักตร์ของพระองค์และจดจำพระพักตร์ของพระองค์ได้ แต่ก็ไม่ทราบถึงโครงการที่ทรงงานมากนัก แต่ก็สัมผัสได้บ่อยครั้งว่าทรงเป็นผู้ที่มีบารมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างมาก


“ผมมาอยู่ที่เมืองไทย 2 ปีแล้ว ระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้ผมรู้จักกับคนไทยและประเทศไทยมากขึ้น ตัวผมเองพยายามเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไทยว่ามีความเป็นมาอย่างไร ท้ายสุด ผมขอชื่นชมคนไทยที่มีความกตัญญู รักในสถาบัน ซึ่งที่ญี่ปุ่นเรื่องนี้ได้หายไปนานพอสมควร เช่น พนักงานในบริษัทของผมก็ขอลางานเพื่อกลับบ้านต่างจังหวัดไปดูแลครอบครัวซึ่งผมก็ยินดีให้ลางานได้ ผมก็ขอชื่นชมคนไทยตรงนี้และรู้สึกตื่นตันใจมาก” นายอิซาโอะกล่าว

นางชลาวลัย วุฒิกรเกรียงไกร รองประธานบริษัท กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพราะทางบริษัทเองได้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโปรเจ็กต์ช่วยเหลือทางสังคมหรือกิจกรรมซีเอสอาร์ ในส่วนนี้ก็ได้น้อมนำในเรื่องของปรัชญาพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ อันดับแรกคือ ได้นำแนวทางนี้มาสอนให้พนักงานในบริษัทเข้าใจเพื่อให้พวกเขานำไปปฏิบัติ ทั้งเรื่องความพอเพียง ความประหยัดมัธยัสถ์ ให้เป็นต้นแบบที่ดี ทั้งนี้ยังได้ให้ความช่วยคนพิการให้สามารถเข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทได้ ส่วนตนก็ได้น้อมนำคำสอนดังกล่าวมาปรับใช้เสมอ

 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 19,525 คน รวม 194 วัน มี 7,054,393 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,346,528.50 บาท รวม 194 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 559,941,040.76 บาท