พบหลักฐานชี้โสมแดงอาจอยู่เบื้องหลัง ‘วอนนาคราย’

AFP PHOTO / YONHAP / YONHAP

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นักวิจัยด้านความมั่นคงระบบคอมพิวเตอร์ระบุว่าพบสัญญาณความเป็นไปได้ถึงความเชื่อมโยงของเกาหลีเหนือกับการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วโลก

หลังช่วงเวลาหลายวันของการโจมตีที่แพร่ระบาดไปยังเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการสหรัฐอเมริการายหนึ่งระบุว่า จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบพุ่งทะลุเกิน 300,000 เครื่องแล้ว ทว่าอัตราการแพร่กระจายชะลอตัวลง

และในสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้เป็นครั้งแรกถึงที่มาของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ หรือโปรแกรมประสงค์ร้าย (มัลแวร์) ชนิดหนึ่งสำหรับการเรียกค่าไถ่ “วอนนาคราย” ตัวนี้ นายนีล เมห์ตา นักวิจัยระบบคอมพิวเตอร์ของกูเกิล โพสต์เผยแพร่โค้ดหรือรหัสคำสั่งคอมพิวเตอร์แสดงให้เห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างมัลแวร์วอนนาครายกับความพยายามเจาะระบบหรือแฮกข้อมูลคอมพิวเตอร์หลายครั้งของเกาหลีเหนือ ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งสรุปในทันทีแม้ว่าข้อมูลจะยังไม่ชัดเจนนักว่า เกาหลีเหนืออาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

ทีมนักวิจัยของบริษัทด้านความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์สัญชาติรัสเซีย แคสเปอร์สกี้แลป ระบุว่า “เราเชื่อว่านี่เป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้” แต่เสริมด้วยว่า ยังต้องมีการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาข้อมูลมากกว่านี้


ขณะที่อินเทเซอร์แล็บส์ บริษัทด้านความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ของอิสราเอลระบุว่า เห็นด้วยว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยนายอิไท เทเว็ต ประธานบริหารของบริษัทระบุว่า “อินเทเซอร์ แล็บส์ยืนยันว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีจากวอนนาคราย ข้อมูลมากกว่านี้กำลังตามมา”

แม้จะมีความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายระบุว่า สถานการณ์การโจมตีจากอาจย่ำแย่ลงไปอีกหลังจากที่คนส่วนใหญ่กลับมาเริ่มต้นการทำงานในวันแรกของสัปดาห์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่องค์การตำรวจยุโรป (ยูโรโปล) เปิดเผยว่า ดูเหมือนสถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่สภาวะมีเสถียรภาพ โดยจำนวนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไม่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายไมเคิล ฟานเดนเบอร์เก ผู้อำนวยการด้านความมั่นคงระบบของกลุ่มบริษัทออเรนจ์ ระบุว่า คาดว่าจะมีการโจมตีระลอกที่ 2 อีกหลังจากนี้