ธอส.แจงสอบสวนผู้บริหาร “เพ็ญศรี” หลังเจ้าตัวร้องนายกฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ส่วนบริหารภาพลักษณ์และสื่อประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ชี้แจงกรณี นางเพ็ญศรี โปร่งเมฆ ที่ปรึกษาพัฒนาระบบข้อมูล ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีว่า ตามที่ปรากฏข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560 โดยมีประเด็นหลักว่า ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นางเพ็ญศรี ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบข้อมูล ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (เทียบเท่ารองกรรมการผู้จัดการ) ยื่นเรื่องถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของกรรมการผู้จัดการและคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์

นางเพ็ญศรี ระบุว่า หลังจากที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยตามหนังสือเลขที่ ว.84/2559 โดยผู้บังคับบัญชาของธนาคารอาคารสงเคราะห์ อ้างถึงคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีให้ดำเนินการทางวินัย ตามมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าในขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อบุคคล อนุมัติสินเชื่อจำนวน 5 ล้านบาท ให้บุคคลรายหนึ่ง เป็นการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบหลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติของธนาคารกำหนด ทั้งๆ ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นเอกฉันท์กรณีดังกล่าวระบุว่าไม่มีความผิดปกติในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ และไม่ขัดระเบียบธนาคาร จึงเห็นควรให้ยุติการดำเนินการทางวินัย ไม่มีความผิดทางละเมิดที่เข้าข้อบังคับธนาคาร จึงควรให้ยุติดำเนินการทางแพ่ง และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานไม่ส่อไปในทางทุจริต จึงไม่มีมูลความผิดทางอาญา

นอกจากนี้ นางเพ็ญศรี ระบุว่าตลอดเวลาที่ทำงานมาก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด ได้รับการประเมินเป็นพนักงานดีเด่นติดต่อกันหลายปี กระทั่งวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการ เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งสอบวินัยที่เคยตั้งขึ้น แต่ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล มีหนังสือตอบกลับว่าไม่สามารถยกเลิกคำสั่งดังกล่าวได้ และได้ส่งหนังสือขอย้ำไปอีกหลายหน แต่กรรมการผู้จัดการไม่มีการตอบหนังสือกลับมา เพียงให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบอกว่าการตั้งกรรมการสอบวินัยนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตามที่มาขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรีก็เพื่อขอให้มีคำสั่งถึงผู้บริหารของธนาคารอาคารสงเคราะห์พิจารณาคืนความเป็นธรรมให้กับตน โดยขอให้ยกเลิกคำสั่งสอบวินัย และให้คืนตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการให้แก่ตน”นั้น

ทั้งนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจในประเด็นดังกล่าว ดังนี้

1.การที่ธนาคารมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนางเพ็ญศรี โปร่งเมฆ สืบเนื่องจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหานางเพ็ญศรี ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อบุคคล กรณีอนุมัติสินเชื่อของลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวแล้ว ฟังได้ว่าการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ลูกค้ารายดังกล่าวไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติของธนาคารที่กำหนดไว้ และมีมติส่งเรื่องให้ธนาคารดำเนินการทางวินัยกับนางเพ็ญศรี โปร่งเมฆ ตามมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะส่งเรื่องให้ธนาคารดำเนินการทางวินัย ซึ่งธนาคารไม่สามารถดำเนินการเป็นอย่างอื่นได้ เนื่องจากมาตรา 89/4 วรรค 1 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการเมื่อได้รับเรื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ต้องดำเนินการสอบสวนความผิด แล้วรายงานผลการดำเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ

2.การที่ธนาคารเคยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวกับนางเพ็ญศรี และปรากฏผลในขณะนั้นว่าไม่มีมูลเป็นอันยุติเรื่องนั้นเป็นเพียงกระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเพื่อให้ทราบความจริง มิใช่เป็นการสอบสวนความผิดทางวินัยตามข้อบังคับของธนาคาร ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับทราบสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของธนาคารแล้ว แต่ยังคงมีมติส่งเรื่องให้ธนาคารดำเนินการทางวินัยกับนางเพ็ญศรีอีก


3.การที่นางเพ็ญศรี แจ้งว่ากรรมการผู้จัดการไม่ตอบหนังสือที่ตนขอให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนั้น กรรมการผู้จัดการได้มีการพิจารณาเห็นชอบหนังสือที่ได้ตอบชี้แจงนางเพ็ญศรี แล้ว และมอบหมายให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารทรัพยากรบุคคล และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นผู้ลงนามในหนังสือดังกล่าว ซึ่งธนาคารได้มีการตอบหนังสือชี้แจงนางเพ็ญศรี แล้วหลายฉบับ

4. การที่นางเพ็ญศรี ทำหนังสือถึงคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขอให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนั้น คณะกรรมการธนาคารได้รับทราบและมีมติให้ฝ่ายจัดการของธนาคารเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งกรรมการผู้จัดการได้พิจารณาเห็นชอบหนังสือที่ได้ตอบชี้แจงแล้ว และมอบหมายให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารทรัพยากรบุคคล และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นผู้ลงนามในหนังสือดังกล่าวเช่นกัน

5.การที่ธนาคารมีคำสั่งโยกย้ายนางเพ็ญศรี จากตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบข้อมูล เป็นการหมุนเวียนพนักงานตามความเหมาะสมและเป็นไปตามระเบียบของธนาคาร สำหรับตำแหน่งใหม่นั้นเทียบเท่าตำแหน่งเดิม และสิทธิประโยชน์ไม่ด้อยไปกว่าเดิม พร้อมกับคำสั่งดังกล่าวก็ได้มีการโยกย้ายหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่งในคราวเดียวกัน

6.สำหรับกรณีที่นางเพ็ญศรี มีหนังสือร้องเรียนการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการ ถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า กรณีที่นางเพ็ญศรี อนุมัติสินเชื่อบุคคลเหมือนกันกับกรณีของกรรมการผู้จัดการอนุมัติสินเชื่อบุคคลทุกประการนั้น กรณีดังกล่าวประธานกรรมการธนาคารได้มอบหมายให้กลุ่มงานตรวจสอบของธนาคารพิจารณาดำเนินการ และสรุปผลการตรวจสอบแจ้งให้กับนางเพ็ญศรี ทราบแล้วว่าการสรุปวิเคราะห์ที่มาของรายได้ผู้กู้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และคู่มือปฏิบัติงานที่บังคับใช้ในขณะยื่นกู้แล้ว

7.แม้กรณีนางเพ็ญศรี จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อบุคคลโดยวิเคราะห์รายได้จากบัญชีเงินฝากของบริษัทที่ลูกค้าถือหุ้นอยู่เหมือนกับกรณีของการอนุมัติสินเชื่อของกรรมการผู้จัดการก็ตาม แต่ทั้ง 2 กรณีก็ยังมีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับรายได้ของผู้กู้ และพฤติกรรมอื่นๆ ที่แตกต่างกัน