พณ.จับตานโยบาย”เมย์”ลุ้นเปิดเจรจาทวิภาคีไทย-อังกฤษ แทนเบร็กซิท

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักร วันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ ชนะการเลือกตั้ง เบื้องต้นได้รับคะแนนเสียง 313 ที่นั่ง ลดลงจาก 330 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทำให้ไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว นั้น ว่า ในระยะสั้น อาจทำให้ตลาดเงินตลาดทุน มีความกังวลเพิ่มขึ้น และค่าเงินปอนด์ มีแนวโน้มอ่อนค่า ต้องรอความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายด้านต่างๆ และขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าไทย เพราะสหราชอาณาจักร ยังคงดำเนินนโยบายและกฎระเบียบการค้าตามสหภาพยุโรป เช่นเดียวกันก่อนเลือกตั้ง

“ระยะยาว การเจรจาออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปจะเป็นแบบสมบูรณ์ หรือ ฮาร์ด เบร็กซิท ทำให้ทันมาเร่งเจรจาการกรอบพหุภาคีและทวิภาคีมากขึ้น ถือเป็นโอกาสที่ดีของไทย รวมถึงแนวโน้มส่งออกน้ำตาล เนื้อไก่ และข้าว ดีขึ้น อีกทั้งดีต่อการลงทุนไทยหากร่วมมือในอุตสาหกรรมที่อังกฤษมีความเชี่ยวชาญ และสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์4.0 เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีด้านการบินและอากาศยาน เป็นต้น

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวต่อว่า สนค.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนโยบายที่ต้องติดตาม เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4% ของจีดีพีภายใน 10 ปี การจัดตั้งกองทุนลงทุนเพื่อประโยชน์แห่งชาติ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านปอนด์ ยกเว้นการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และกำหนดเพดานรายได้ ลดผู้อพยพ วางแผนลดภาษีธุรกิจเหลือ17% ในปี 2563 การสนับสนุนองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ


ทั้งนี้ ไทยกับสหราชอาณาจักร มีการค้าสองฝ่ายช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ประมาณ 2,164 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือสัดส่วน 1.5% ของส่งออกรวมไทย สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ไก่แปรรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยานและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น