ทช.พบพะยูนเกยตื้น เกาะพีพี ช่วยเต็มที่แล้ว แต่อ่อนแอหนักในที่สุดก็ตาย

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ได้รับแจ้งจากนายเอกทัศน์ นาวีว่อง ชาวบ้านเครือข่ายเกาะพีพี ว่าพบพะยูนเกยตื้นมีชีวิต บริเวณหาดโต๊ะดาลัม เกาะพีพี จ.กระบี่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นพะยูน เพศผู้ วัยเด็ก ขนาดความยาววัดได้ 206.6 เซนติเมตร น้ำหนัก 113 กิโลกรัม สภาพอ่อนแรงและผอม มีบาดแผลบริเวณหลังเป็นบริเวณกว้าง มีลักษณะเป็นเนื้อตาย และมีกลิ่นเหม็น ครีบข้างด้านขวามีรอยตัดขนานกัน 3 รอย และรอยตัดด้วยของมีคมลึกถึงกระดูก 1 รอย ความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นบาดแผลที่เริ่มมีการสมานแล้ว คาดว่าเกิดจากการโดนใบพัดเรือ อัตราการเต้นของหัวใจ 68 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 8-10 ครั้ง/นาที เยื่อเมือกซีด เบ้าตาจมลึก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขอความอนุเคราะห์สัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุเข้าพื้นที่ช่วยเหลือเบื้องต้น และทำการขนย้ายมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน โดยเรือเร็ว 3 เครื่องยนต์ของเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งระหว่างการขนย้ายมีการให้ยากันชักที่มีฤทธิ์เป็นยาซึมชนิดอ่อน และยาลดปวด เมื่อมาถึงที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้มีการให้ยากระตุ้นการหายใจ สารน้ำ และยาลดปวดเพิ่มเติม แต่พะยูนมีภาวะช็อก และกลั้นหายใจมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเกิดภาวะเครียดทำให้หัวใจหยุดเต้น จึงได้มีการให้ยากระตุ้นหัวใจและปั๊มหัวใจ จนหัวใจสามารถกลับมาทำงานได้ ประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นพะยูนไม่สามารถตอบสนองต่อยาและสารน้ำที่ให้จึงได้ตายลง

นายก้องเกียรติเปิดเผยว่า สาเหตุการตายของพะยูนตัวดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เนื่องจากพบภาวะอักเสบของลำไส้ และมีเนื้อตายในส่วนของลำไส้ใหญ่บ่งชี้ถึงการอักเสบแบบเรื้อรัง นอกจากนี้ รอยแผลที่บริเวณหลังอาจเกิดจากพฤติกรรมฝูงโดยเพศผู้ที่แข็งแรงจะไล่พะยูนที่อ่อนแอกว่า นอกจากนี้ ยังพบการเสื่อมของไขมันที่บริเวณตับ ซึ่งบ่งชี้ถึงการขาดสารอาหาร สอดคล้องกับสภาพภายนอกที่มีลักษณะผอมและเบ้าตาจมลึก ในส่วนของรอยที่มีลักษณะของมีคมตัดคาดว่าเกิดหลังจากร่างกายอ่อนแรงมาก อย่างไรก็ตาม ได้มีการเก็บตัวอย่างเพาะเชื้อแบคทีเรียและตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยาต่อไป