สนามกอล์ฟ ยื่นสนช.แก้พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน ให้ลดหรือยกเว้นจ่ายภาษี หากไม่แก้เจ๊งแน่

ตัวแทนสมาคมกอล์ฟ-ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ ยื่น ปธ.สนช.ปรับแก้ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ตัวแทนสมาคมสนามกอล์ฟไทย พร้อมด้วยสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยและสมาคมกอล์ฟอาชีพสตรี สมาคมกอล์ฟผู้อาวุโสไทย ฯลฯ ได้เข้ายื่นหนังสื่อต่อนายพรเพชร วิชิชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับกีฬากอล์ฟและผู้ประกอบการสนามกอล์ฟเอกชน โดยนายพรสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้คณะกรรมธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพ.ศ. …สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กำหนดให้สนามกีฬาหรือสถานที่ให้บริการด้านกีฬาทุกชนิดเป็นที่ดินอีกประเภทหนึ่ง ที่มีอัตราภาษีที่ดินถูกเป็นพิเศษเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ในมาตรา 34 ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว หรือกำหนดให้ชัดเจนในมาตรา 51 หรือบทบัญญัติว่าด้วยการลดหรือยกเว้นภาษีที่ดิน โดยให้สนามกอล์ฟและสนามกีฬาอื่นๆทุกชนิดได้รับการลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินแทนที่จะให้กระทำโดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

นายพรสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมธิการวิสามัญฯของสนช. กำลังพิจารณากฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นการปฏิรูประบบโครงสร้างภาษีเพื่อออกมาใช้แทนกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน และกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ อย่างไรก็ตาม หากการกำหนดตามที่ร่างพ.รบ.ภาษีที่ดินฯ พิจารณา จะส่งผลให้สนามกอฟ์ลเอกชนในประเทศซึ่งมีอยู่ประมาน 300 สนามเศษ ซึ่งแต่ละสนามมีจำนวนที่ดิน 350-450 ไร่ ก็จะเสียภาษีตั้งแต่ 20 ล้านต่อปีขึ้นไปซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าภาษีที่ต้องเสียให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ใช้บังคับอยู่ขณะนี้เกือบ 10 เท่า จะทำให้ไม่มีสนามกอล์ฟเอกชนแห่งใดในประเทศอยู่รอดหรือดำรงอยู่ได้ เนื่องจากยังต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกด้วยมากมาย ดังนั้นหากยังคำนวนภาษีเช่นนั้นสนามกอล์ฟทั้งหมดก็คงประสบภาวะขาดทุนคงต้องยกเลิกและหันไปใช้ที่ดินสนามกอล์ฟเพื่อการเกษตรกรรมหรือเพื่อกิจการอื่นที่เสียภาษีที่ดินน้อยกว่า