อาจารย์-น.ศ. แถลงการณ์ค้าน ม.44 แทรกแซงการบริหาร ชี้ยิ่งทำมหา’ลัยเดินสู่จุดตกต่ำ

จากกรณีที่คณาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังรณรงค์คัดค้านการแทรกแซงการบริหารมหาวิทยาลัยด้วย ม.44โดยมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วประมาณ 200 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (คลิกอ่าน)

ล่าสุด รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โพสต์คลิป เเถลงการณ์คัดค้าน ม.44 แทรกแซงมหาวิทยาลัย สังคมศาสตร์ มช. โดยมี ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ เป็นผู้อ่านเเถลงการณ์ดังนี้

แถลงการณ์ “เครือข่ายคณาจารย์และบุคลากรอุดมศึกษาไทย”

ตามที่รัฐบาลภายใต้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 265 ร่วมกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2560 โดยอ้างว่า เนื่องจากการบริหารงานของอุดมศึกษาของรัฐที่ผ่านมามักปรากฏปัญหาการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และส่งผลขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้น จึงเห็นควรให้สามารถที่จะแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ ทั้งยังให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ให้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวได้ โดยเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ หากเห็นสมควร

คำสั่งของ คสช.ดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจภายใต้การนำของรัฐบาลทหารเข้าแทรกแซงการบริหารจัดการกิจการของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีกฎระเบียบในการบริหารและจัดการมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว คำสั่งฯดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม หากแต่ยังเป็นคำสั่งที่ออกมาโดยมิได้ผ่านการปรึกษาหารือกับประชาคมนักวิชาการและบุคลากรภายในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศแต่อย่างใด การเปิดช่องให้สามารถแต่งตั้งบุคคลที่มิได้สังกัดสถาบันอุดมศึกษามาดำรงตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารมหาวิทยาลัยได้ ยังสร้างข้อกังขาต่อการที่สถาบันอุดมศึกษาไทยจะสามารถถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตั้งแต่ระดับสถาบันไปจนถึงคณะและภาควิชาอีกด้วย อนึ่ง คำสั่ง คสช.ดังกล่าว นับเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ในการแทรกแซงความเป็นอิสระของสถาบันอุดมศึกษา นับตั้งแต่ผนวกเอาผู้บริหารของมหาวิทยาลัยของรัฐเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ ผ่านการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถที่จะดำรงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในการบริหารและจัดการองค์กร ที่ปลอดพ้นจากการแทรกแซงหรือตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง เครือข่ายคณาจารย์และบุคลากรอุดมศึกษาไทย จึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าว และให้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารยุติการกระทำการใดๆ ที่แทรกแซงมหาวิทยาลัยอีกต่อไป

ทั้งนี้ รศ.ดร.ปิ่นแก้วยังได้โพสต์คลิปความเห็นของคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อกรณีดังกล่าวอีกหลายท่าน อาทิ อ.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาสื่อศิลปะการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล นักวิชาการกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยตอนหนึ่ง รศ.สมชายชี้ว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่กลายเป็นข้าราชการหรือเครือข่ายของคณะรัฐประหารเข้ามา นั่นยิ่งทำให้มหาวิทยาลัยน่าจะเดินไปสู่จุดที่ตกต่ำมากยิ่งขึ้น